วิธีเปลี่ยนถ่าน “กุญแจอัจฉริยะ” ของ Nissan March รุ่น EL CVT และ VL CVT

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 13-08-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ วิธีเปลี่ยนถ่าน “กุญแจอัจฉริยะ” ของ Nissan March รุ่น EL CVT และ VL CVT เรียบร้อยแล้วครับ

 



ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีใช้ที่ปัดน้ำฝน Nissan March ทั้งหน้าและหลัง และขนาดใบปัดน้ำฝนของ March

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 23-09-2011

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> วิธีใช้ที่ปัดน้ำฝน Nissan March ทั้งหน้าและหลัง และขนาดใบปัดน้ำฝนของ March
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีจอดรถซ้อนคัน ของ Nissan March เกียร์ CVT

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 23-09-2011

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> วิธีจอดรถซ้อนคัน ของ Nissan March เกียร์ CVT

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว“กล้องถอยหลังตรงรุ่น Nissan March”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะคิดว่า รถ March ก็เล็กกะทัดรัดขนาดนี้แล้ว ยังต้องใช้กล้องถอยหลังอีกหรอ?

ใช่ครับ ดูเหมือนว่า มันไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก เพราะนอกจากรถจะเล็ก และลักษณะรถเป็นแบบ 5 ประตูซึ่งกะระยะง่ายกว่ารถซีดาน 4 ประตูมีกระโปรงหลังอยู่แล้ว แถม Nissan March รุ่น EL / VL CVT เองก็ให้เซนเซอร์ถอยหลังมาครบครันถึง 4 จุด

ที่สำคัญ การจะติดกล้องถอยหลังนั้น จะต้องมีจอแสดงผลอยู่ก่อนแล้ว ซึ่ง March ที่มาจากโรงงาน ก็ไม่ได้มีหน้าจอรอรับฟังค์ชั่นนี้แต่อย่างใด

แต่ในเมื่อผมได้เปลี่ยนวิทยุตัวใหม่เป็นของ March Navi มาเรียบร้อยแล้วตาม รีวิว”เติมเต็มความบันเทิงด้วย March Navi” ซึ่งนอกจากจะมีหน้าจอรองรับแล้ว ทางร้านยังพ่วงจำหน่ายกล้องถอยหลังตรงรุ่นมาพร้อมสรรพในราคาเพียง 2,000 บาท

 

ผมก็ไม่วายที่จะสอยมาใช้ทันที ว่ามันจะมีดี…แค่ไหน?

 

โดยเมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลังปุ๊ป หน้าจอก็จะแสดงภาพจากกล้องปั๊ป ไม่ว่าผมจะเปิดวิทยุอยู่หรือไม่ก็ตาม โดยเท่าที่ดู มุมมองจากกล้องถอยหลังตัวนี้ จะมีองศายิงตรงลงไปที่พื้นมากกว่าตัวเดิม จนเห็นปลายกันชนของรถผมเลยทีเดียว

 

 

ซึ่งแน่นอนครับ จะดีหรือไม่ดี ลองมาดูไปพร้อมกับผมแบบ case by case เลยดีกว่า

 

Case 1

ผมลองถอยเข้าฟุตบาธดูจนภาพแสดงเส้นสีแดงแตะที่ขอบฟุตบาธ และเห็นปลายกันชนสีส้ม ๆ อยู่ใกล้ ๆ ผมก็หยุด

 

 

จากนั้นก็เดินลงไปดูผลงานด้านนอกครับ

——————-

 

Case 2

คราวนี้มาลองถอยหลังไปหารถคันอื่นดูบ้าง

 

 

โดยหยุดแค่เส้นขอบสีเหลืองเท่านั้นเพื่อดูระยะ

 

 

ซึ่งในจอ Multi-Display ของรถเองก็โชว์เซ็นเซอร์บอกระยะแบบนี้

 

 

และนี่คือผลงานจริงครับ

———————

 

Case 3

ทีนี้มาลองจอดที่อาคารจอดรถดูบ้าง โดยเลือกอาคารที่มีขอบปูนกั้นด้วย

 

 

เจอช่องว่างแล้วก็…ถอย

 

 

สีเหลืองแตะขอบแล้ว ยังเหลืออีกเยอะ

 

 

แดงแล้ว เอาแค่นี้แหล่ะ

 

 

ผลงานจริง

————————-

 

Case 4

คราวนี้ไม่ถอยมาก แต่อยากดูระยะห่างว่า ถ้ายังไม่ถึงสักเส้นในจอแบบนี้

 

 

มันจะห่างขนาดไหน?

—————————

 

Case 5

กลางวันลองไป 4 ครั้งก็คงพอจะทราบแล้วใช่ไหมครับ แล้วกลางคืนละจะเป็นอย่างไร มาดูกัน

สถานที่มืดพอไหม?

 

 

เดี่ยวจะงงว่าภาพอะไร อ่ะ ผมเปิดแฟลชดูสักหน่อย

 

 

ถอยแล้วนะ ท่ามกลางความมืดสนิท

 

จะเห็นได้ว่ากล้องมองหลังช่วยให้เรามองภาพด้านหลังได้ดีมากในยามค่ำคืน ทั้ง ๆ ที่สถานที่มืดสนิท ทั้งนี้ผมคิดว่าไฟถอยหลัง LED ของ FITT เองก็มีส่วนช่วยอยู่ไม่มากก็น้อย

และประโยชน์ของกล้องตัวใหม่ที่เห็นได้ชัดคือ การที่มีมุมมองที่แหงนลง ทำให้การถอยรถที่ใส่ชุดแต่งและโหลดลงอย่างรถผม เป็นไปด้วยความสะดวก ไม่ต้องให้ภรรยาเดินลงไปดูด้านหลังว่า กันชนมันจะแตะกับขอบปูนหรือยัง? หรือไม่ต้องเดินลงมาดูเองในกรณีที่ขับรถมาคนเดียว สามารถถอยรถจนเสร็จสรรพ ดับเครื่องและสะบัดตรูดไปธุระต่อได้เลยทันที

แต่ทั้งนี้ถ้าเทียบกับกล้องมองหลัง D.I.Y. ที่ผมเคยรีวิวไว้ในภาค 4 กับไฟท้ายเดิมของ March ก็ช่วยได้ดีไม่แพ้กันนะครับ เพราะผมสามารถมองเห็นแมวเดินอยู่หลังรถในขณะทำการทดลอง ซึ่งนับว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ทีนี้เมื่อผมเหยียบเบรกจะเห็นได้ว่า ภาพแดงแจ๋ไปเลย ดูสยอง ๆ ยังไงไม่รู้

 

เป็นยังไงบ้างครับ กับกล้องถอยหลังตัวนี้ ส่วนตัวผมว่ามันมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียวนะครับ

 

แต่ถึงยังไง เวลาถอยหลังก็อย่ามองแต่ภาพบนหน้าจอกันอย่างเดียวนะครับ แนะนำว่า เอาไว้ดูประกอบกันกับการถอยหลังปกติดีกว่านะครับ

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ไฟท้ายโดนัท LED ของ FITT ใน Nissan March”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011

ไฟท้าย LED

 

สวัสดีครับ

ในระยะหลัง ๆ มานี้ เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับ ว่าไฟท้ายของรถรุ่นใหม่ ๆ นั้น ดูสวยเตะตาเข้าทุกวัน ๆ ไม่ว่าจะเหยียบเบรคในตอนกลางวันหรือเปิดไฟในยามค่ำคืน จะเห็นไฟท้ายของรถสมัยใหม่ดูเป็นเม็ด ๆ เรียงกันสวยงาม

ซึ่งแน่นอน มันก็คือเทคโนโลยีของ LED ที่พัฒนาขึ้นนั่นเอง เพราะประโยชน์มันมีมากมาย ตามที่ผมเคยรีวิวไว้ใน รีวิว “Daytime Running Light LED คืออะไร? แล้วติดทำไม?”

โดยไฟท้าย LED ที่ผมเห็นได้ชัดเจนคันแรก และหลงใหลได้ปลื้มในทันที คือ ไฟท้ายของ Nissan Teana พี่ใหญ่ในค่ายนั่นเอง

 

 

จากนั้น ก็มาหลงรักไฟท้ายโดนัท LED ของ Super Car ในค่ายเดียวกันอย่าง Nissan GT-R ที่สวยงามเหลือเกิน จนอยากได้มาใช้สักคัน

 

 

ยามค่ำคืน

 

 

แต่จะว่าไป March เองก็ยังไม่มีไฟท้าย LED ของแต่งมาเป็นทางเลือกให้แต่อย่างใด จนเมื่อทางโรงงาน FITT ได้ทดลองทำไฟท้าย LED ทรงโดนัทขึ้นมาจำหน่าย ผมก็ไม่พลาดที่จะต้องขอเป็น 1 ในลูกค้าด้วยนั่นเอง

 

 

โดยเจ้าไฟท้ายโดนัทของ FITT ตัวนี้จะมีกรอบสีให้เลือกตามสีรถเลยนะครับ หรือใครจะสลับสีกรอบเพื่อสร้างความแตกต่างให้รถตัวเองก็ตามใจชอบเลยครับ

 

 

ซึ่งในการขับขี่ช่วงกลางวัน เมื่อผมเหยียบเบรก ไฟเบรกก็จะขึ้นเฉพาะโดนัทคู่บนนะครับ

 

 

แต่ถ้าตอนกลางคืนเมื่อเราเปิดไฟหรี่ ไฟโดนัทก็จะติดทั้งบนและล่างแบบนี้ครับ

 

 

จะมองดูเหมือนเลข 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลของชาวจีนเลยทีเดียว

 

 

สวยไหมครับ?

 

 

เมื่อเป็นเลข 8 ทั้ง 2 ข้าง ก็จะดูเหมือนเลข 88

 

 

ซึ่งไปตรงกับเลขทะเบียนน้อง March ผมอีก

 

 

ส่วนไฟเลี้ยวในช่วงกลางวันก็จะเป็นสีส้มครึ่งวงกลมในโดนัทคู่ล่างครับ

 

ซึ่งไฟเลี้ยวนี้เพื่อน ๆ หลายคนที่เคยขับรถตามบอกว่า สว่างน้อยไปนิดครับ อยากให้สว่างมากกว่านี้

 

มาดูไฟถอยกันบ้างครับ

 

 

สำหรับไฟถอย ผมเองมองว่ามันสว่างมากกกก เรียกว่าใครยืนขวางอยู่ต้องมีหลบอ่ะ ซึ่งเท่าที่ผมลองใช้มาถือว่ามีประโยชน์มากครับ เพราะทำให้คนอื่นเห็นจริง ๆ ว่าเรากำลังจะถอยรถ

 

 

และยิ่งมาถอยรถเวลากลางคืน ก็ยิ่งสว่างจ้าเข้าไปอีก

 

 

ลองดูภาพนี้ก็ได้ครับ ผมถอยรถเข้าโรงรถที่ปิดไฟมืดสนิท

 

 

สว่างมากเลยใช่ไหมครับ แต่จะว่าไป ใจผมก็อยากให้ไฟถอยและไฟเลี้ยวเป็นวงกลมโดนัททั้งคู่นะ น่าจะทำให้ดูสวยขึ้น และสว่างมากขึ้นสำหรับไฟเลี้ยวด้วย

 

 

โดยทาง FITT ได้ให้เหตุผลของไฟแบบครึ่งวงกลมว่า เป็นการออกแบบให้มีกลิ่นอายของยุโรปครับ

 

สรุปโดยรวมแล้วถือว่าถูกใจมากครับ แม้จะแอบเสียดายอีกนิดที่ขนาดดวงไฟไม่ใหญ่เท่า GT-R แต่อย่างว่าแหล่ะครับ จะเอาสวยหรู ดูไฮโซขนาดนั้น ราคามันก็คงจะอัพขึ้นไปอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า

 

 

ซึ่งก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไปครับว่าจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือมีรูปแบบใหม่ออกมาอีกหรือเปล่าในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

เพราะปัจจุบันทาง FITT ยังไม่ได้วางจำหน่ายไฟโดนัท LED อย่างเป็นทางการ แต่ก็เปิดจำหน่ายแบบ made-to-order หรือ”ตามสั่ง”สำหรับผู้ที่สนใจอยากสร้างความแตกต่างให้น้อง March ของเรา

 

 

และด้วยความสวย รวยเสน่ห์ และดูเท่ห์ คู่แข่งก็เลยต้องเร่กันตามตรูดน้องมาร์ชแบบนี้

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

เรื่องเล่าจากร้านล้างรถชื่อดัง “เมื่อ March ทำให้ชีวิตคุณลุง…ง่ายขึ้น”

Posted by Biere | Posted in ข้อมูลรถ Nissan March | Posted on 24-08-2011

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

พอดีได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากเพื่อนเก่า หลังจากคุยกันสักพัก จนสิ้นสุดบทสนทนา ผมก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

ว่าแต่เพื่อนผมโทรมาเล่าอะไร? ลองมาอ่านกันดูครับ

————–

 

“รูปโปรไฟล์ คือ มายา เพื่อน tag มา คือ ของจริง”

ข้อความนี้ปรากฎอยู่ใน facebook ของผม และทันทีที่ผมเห็น ก็รีบกดถูกใจ like this กับข้อความนี้ทันที เพราะมันช่างโดนใจยิ่งนัก จนอดที่จะหัวเราะขึ้นมาคนเดียวไม่ได้

ก็แน่ละครับ เพราะส่วนใหญ่ รูปที่ลงโชว์ใน profile จะดูสวย ๆ หล่อ ๆ ที่สุด เท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้กันเลยทีเดียว

แต่เมื่อคน ๆ นั้นไปร่วมงานหรือทานข้าวกับใครใน friends list ของตัวเอง แล้วโดนเพื่อน tag รูปตัวเองเมื่อไหร่แล้วละก็ แทบจะเป็นคนละคนกันเลยทีเดียว

————–

หลังจากหยุดขำ ผมเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นรถคันเล็ก ๆ น่ารัก สีส้ม ขับเข้ามาในร้าน

“โอ้ว มาร์ชสีส้มน่ารักดีแฮะ” ผมอดที่จะเอ่ยชมไม่ได้ ก่อนจะเห็นว่า ผู้ชายที่ลงมาจากด้านคนขับ คือ คุณลุงที่ขับรถเบนซ์มาล้างรถกับผมประจำนั่นเอง…

 

“สงสัยซื้อมาใช้ขับในเมืองแน่ ๆ เลย” ผมพูดในใจ ก่อนจะก้มหน้านั่งดูคอมพิวเตอร์ต่อไป

ทีมงานในร้านใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็จัดการรถ ECO car สีส้มของคุณลุงเสร็จสิ้น ผมเห็นคุณลุงยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินขึ้นรถนิสสัน มาร์ช ขับออกไปจากร้าน

————————

วันต่อมา ในขณะที่ผมเดินออกจากห้องทำงานมาพบปะลูกค้าตามปกติ ผมก็เห็นรถ Nissan March ป้ายแดง สีเขียวมะนาว ขับเข้ามาในร้านเช่นเดิม

“แหม รุ่นนี้มันขายดีจริง ๆ แฮะ” ผมคิด ก่อนจะเดินไปรับลูกค้าด้วยตัวเอง ก็พบคุณลุงคนเมื่อวานอีกครั้ง

“สวัสดีครับ คุณลุง ออกรถใหม่หรอครับ” ผมรีบทักแกทันที

อ๋อ รถลูกสาวเค้านะ เพิ่งซื้อให้เค้า” คุณลุงตอบกลับ

“อ้าว เมื่อวานผมก็เห็นคุณลุงขับมาอีกสีไม่ใช่หรอครับ?” ผมยิงคำถามต่อ ด้วยความสงสัย

“อ๋อ ลุงซื้อมา 3 คันนะ สำหรับลูกสาว 3 คน คนละสี” คุณลุงตอบด้วยรอยยิ้ม

“ว้าวว ดีจังเลยครับ แล้วทำไมถึงออกรุ่นเดียวกันละครับ” ผมถามต่อ

“ลุงมีลูกสาว 3 คน จะซื้อรถให้คนละคัน ถ้าออกคนละรุ่น คนละยี่ห้อ มันจะไม่ดี จะน้อยใจกันเปล่า ๆ ลุงเลยออกรุ่นเดียวกันนี่ล่ะ คนละสีไปเลย รถมันน่ารักและประหยัดน้ำมัน ราคาก็ไม่แพงมาก และที่สำคัญ ลูก ๆ เค้าก็ชอบด้วย” คุณลุงตอบด้วยความภูมิใจ

“แล้วทำไมลูก ๆ ไม่ขับมาล้างเองละครับคุณลุง” ผมยังถามต่อด้วยความสงสัย

“โอ๊ย เด็กสาวสมัยนี้จะสนใจอะไรกับการดูแลรถ ขับอย่างเดียวละ ลุงเลยขับมาล้างรถให้ นี่เดี่ยวเสร็จแล้ว ต้องไปเอาอีกคันมาล้างอีก” คุณลุงตอบ

“โห แบบนี้คุณลุงก็เหนื่อยแย่เลยสิครับเนี่ย” ผมแซวคุณลุง

“ไม่เหนื่อยหรอก ลุงมีความสุขมาก เพราะรถยนต์ที่ขายในบ้านเราลุงว่าราคามันไม่คุ้มเลยนะ แต่พอนิสสัน มาร์ชออกมา ลุงว่ามันคุ้มกับเงินมากเลย และทำให้ลุงตัดสินใจมอบของขวัญให้เค้าง่ายขึ้นด้วย หลังจากคิดมาตั้งนานว่าจะให้รถอะไรเค้าดีนะ” คุณลุงตอบด้วยความภูมิใจ

 

 

 

ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าการมาของรถ ECO Car คันแรกในประเทศไทย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่แค่สถิติยอดขายรถใหม่ ๆ ที่พุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ชีวิตใครหลาย ๆ คนพลอยมีความสุขและ“ลงตัว”ไปด้วย

หลังเสร็จสิ้นบทสนทนา ผมเชิญคุณลุงเข้าไปนั่งในห้องรับรองลูกค้า ก่อนที่จะพบนิตยสารรถเล่มหนึ่งตกลงมาจากชั้นวางหนังสือในห้อง ผมจึงก้มลงหยิบมาดู

 

 

“เอ๊…..เล่มนี้เราไม่เคยเปิดอ่านเลยแฮะ” ผมพูดในใจ ก่อนที่จะเปิดหนังสือดูเล่น ๆ

แต่เปิดไปไม่กี่หน้าก็ต้องตกใจ เมื่อเจอหน้าเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยโชว์หราเต็มหน้าอยู่ในนั้น

 

 

“เฮ้ย ไอ้เบียร์นี่หว่า มาไงละเนี่ย” ผมอุทาน ก่อนจะก้มลงอ่านอย่างสนใจ

“อ้าว มันขับ Nissan March ด้วยหรอเนี่ย แถมยังเป็นประธาน March Club อีกวุ้ย ไม่ได้ละ ๆ ต้องโทรไปแซวหน่อย” ผมอุทานเบา ๆ ก่อนจะหยิบมือถือในกระเป๋า ต่อสายหา“เบียร์”ทันที

 

************Ending*************

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

เทคนิคการบีบ”แตร” Nissan March

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 12-08-2011

สวัสดีครับ

ก่อนที่ผมมารับรถ ได้ยินเสียงบ่นของสมาชิกที่ขับ Nissan March หลายท่านว่า แตรมาร์ชกดยากมากกกกกกกกกกก

ผมลองกดแบบปกติ คือกดตรง ๆ เข้าไปที่พวงมาลัยเลย มันก็กดยากจริงแฮะ ยากกว่ารถ Nissan ที่บ้านทุกคัน

เลยเดือดร้อน ต้องหาเทคนิคการ”บีบ”แตรจนได้

————————

นั่นคือ แทนที่จะกดตรง ๆ ลงไปที่พวงมาลัย แนะนำให้กดเฉียง ๆ แทน

สมมติว่าเพื่อน ๆ  ชอบเอานิ้วจิ้ม ก็ให้เอานิ้วจิ้มไปที่รูปแตรข้างใดข้างหนึ่ง แล้วกดเฉียงออกไปทางข้างนั้น

เช่นกดรูปแตรด้านขวา ก็กดเฉียงออกไปทางขวา

 

 

เฉียงซ้าย

 

 

ส่วนผมไม่ถนัดเอานิ้วจิ้ม ผมชอบเอาอุ้งมือไปวางตรงส่วนแตรของพวงมาลัย แล้วใช้อุ้งมือกดเฉียง ๆ ก็มีเสียงออกมาอย่างง่ายดาย

ลองดูกันนะครับ สำหรับคนที่กดยาก ถ้ารู้เทคนิคและใช้คล่อง เสียงจะออกมาง่ายมากครับ

————————

ซึ่งพอได้ทดสอบการกดแตรแล้ว ผมรู้สึกว่า March มีการเก็บเสียงที่ดีเลยทีเดียว
เพราะนั่งในรถ ปิดประตูแน่น ผมได้ยินเสียงแตรเหมือนแมวหง่าว
แต่พอเปิดประตูออกไปฟัง เสียงดังหนวกหูมาก

 

ถ้าใครใช้รุ่น EL VL หรือ V แล้วอยากรู้ แต่ไม่มีคนกดให้ฟัง ลองกดจากรีโมทของท่านได้ครับ ที่ปุ่ม Icon สีแดงรูปเสียง โดยกดปุ่มนั้นค้างไว้แป๊ปนึง เสียงแตรจะบรรเลงดนตรีออเคสตร้าแต่ดังกังวาลเหมือนโอเปร่ามาให้ท่านฟังทันที

 

เมื่อรู้เทคนิคการ“บีบ”แตรแล้ว ก็อย่าไปใช้พร่ำเพรื่อแล้วกันนะครับ

 

ขอบคุณครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีสังเกตจากภายนอกว่า Nissan March คันไหนเป็นรุ่นอะไร?

Posted by Biere | Posted in ข้อมูลรถ Nissan March | Posted on 12-08-2011

อ่านรีวิวได้ที่ครับ —>>> วิธีสังเกตจากภายนอกว่า Nissan March คันไหนเป็นรุ่นอะไร?

 

ขอบคุณมากครับ ที่ตามอ่านจนจบ แล้วเจอกันครับ

 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ติด Daytime Running Light LED + ไฟตัดหมอกของ FITT” ใน Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 18-06-2011

หลังจากได้รับเกียรติจากทางบริษัท วิเชียรไดนามิคอินดัสตรี จำกัด (WDI) เจ้าของผลิตภัณฑ์ FITT ให้น้อง March ของผมได้เป็น 1 ใน 4 จตุรเทพ ที่ทำการทดสอบไฟ Daytime Running LED ทรงกลมที่บริเวณไฟตัดหมอกตามที่รีวิวในภาค 2 มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2010 ที่ผ่านมานั้น

 

ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานจริงบนท้องถนนกรุงเทพควบคู่ไปกับการทดสอบโดย Lab ของโรงงาน FITT ย่านปทุมธานี ซึ่งหลังจากผ่านการทดสอบมาได้ 3 เดือนเต็ม ผลก็ออกมาว่า เจ้าไฟ LED ตัวนี้ ยังไม่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานสินค้าของ FITT ที่จะวางจำหน่ายได้เลย

 

ซึ่งแน่นอน ด้วยมาตรฐานโรงงานที่เข้มงวด ย่อมทำให้ FITT ตัดสินใจไม่วางจำหน่ายสินค้าตัวนี้ (ทั้ง ๆ ที่มีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าหลายท่านที่อยากได้) แต่ FITT เลือกที่จะพัฒนาสินค้าในรูปแบบเดียวกัน ด้วยแนวคิดใหม่ ๆ แทน

 

และด้วยเหตุนี้ ก็ทำให้ผมมีอันต้องโบกมือลาจากจตุรเทพ LED ทั้ง 4 อันประกอบด้วย สีส้ม 2 คัน และสีขาวมุก 2 คัน ทันที!!! โดยไม่มีข้อแม้…..

————————–

 

ระยะเวลา 3 เดือนที่ได้ใช้งานมันมา ย่อมทำให้ผมมีความผูกพันธ์กับมันอย่างลึกซึ้ง เพราะเจ้า Daytime LED ตัวนี้แหล่ะ ที่ทำให้เพื่อนผู้ใช้ March จำรถแตน ๆ ของผมได้ และเปิดไฟสูงทักทายอยู่บ่อยครั้ง

แต่ในเมื่อ “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” , “มีพบก็ต้องมีพราก มีจากก็ต้องมีเจอ” ย่อมทำให้ผมทำใจ และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแทนมันให้ได้ เหมือนที่ได้ยินผู้ใหญ่พูดอยู่บ่อยครั้งว่า “เก่าไป ใหม่มา”

และนี่คือ ภาพสุดท้ายที่ผมบันทึกมันไว้ ก่อนจะอำลามันอย่างจริงจังเสียที

 

และสิ่งที่ผมเลือกให้เข้ามาแทน ก็คือสิ่งนี้ครับ

 

นั่นคือไฟ Daytime Running ตัวใหม่ของ FITT ที่ได้ผ่านมาตรฐานโรงงานเรียบร้อย และพร้อมจำหน่ายจริงแล้วนั่นเอง

ซึ่งไฟตัวนี้จะติดตั้งบริเวณกระจังหน้าของรถ และมีฐานรองรับ ซึ่งเจ้าของรถจะสามารถเลือกสีให้เข้ากับรถได้ ซึ่งผมเองตัดสินใจเลือกสีโครเมียม เพื่อให้ Match กับกระจังหน้าโครเมียมเดิมนั่นเอง

แต่การจะติดตั้งลงกระจังหน้าเดิมได้ ผมก็ต้องสูญเสียอะไรไปนิดหน่อย

อย่างแรกคือ ต้องถอดเส้นโครเมียมของโรงงานออกมา 2 แถว

 

และทำการตัดชิ้นกระจังหน้าแนวตั้งออกไปทั้ง 2 ข้าง เพื่อจะได้ติดตั้งฐานไฟได้อย่างพอดิบพอดี

 

 

เมื่อเสร็จแล้ว จึงออกมาได้เป็นแบบนี้

 

 

มุมมองจากด้านข้าง

 

 

และเพื่อประโยชน์ของการใช้งานสูงสุด ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเป็นไฟตัดหมอกของ FITT ใส่แทนในช่องเดิม

 

ซึ่งแน่นอน ว่ากว่าผมจะได้ใช้จริง ก็คงต้องรอให้มีหมอกจัดหรือฝนตกหนักเสียก่อน เพราะถ้าเปิดในภาวะปกติแล้ว นอกจากจะผิดกฎหมายจราจรแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมทางได้

 

 

มาดูด้านหน้าเต็ม ๆ กันบ้างครับ

 

 

มาดูปุ่มเปิด-ปิด กัน

 

ปุ่มซ้าย คือ ปุ่มเปิด-ปิดไฟตัดหมอก สามารถเปิดได้ต่อเมื่อ เปิดไฟหน้ารถแล้ว (ทั้งไฟหรี่และไฟใหญ่)
ปุ่มขวา คือ ปุ่ม Daytime Running นั่นเอง

สำหรับเจ้าปุ่ม Daytime Running นั้น จะแสดงสัญลักษณ์ด้วยรูปพระอาทิตย์ ทำให้ดูง่าย

และเพียงเราเปิดระบบไฟเครื่องยนต์ให้เป็น On (จะ Start เครื่องหรือไม่ก็ได้) ไฟเรืองแสงสีเขียวที่ปุ่มก็จะติดขึ้นมาทันที ว่าพร้อมใช้งานแล้ว เนื่องจากจุดประสงค์ของการใช้งานคือ เปิดในช่วงกลางวัน นั่นเอง

 

และเมื่อผมกดปุ่มเปิด ก็จะมีไฟสีเขียวขึ้นที่พระอาทิตย์ตามภาพ

 

 

มาดูปุ่มยามค่ำคืนบ้าง รูปแรกคือ ปุ่มไฟ Daytime ตอนยังไม่เปิด

 

 

เปิดแล้ววววว

 

 

ไฟ Daytime เปิด / ไฟตัดหมอกปิด

 

 

เปิดทั้งคู่เลย

ในยามค่ำคืน ถ้าเราเผลอเปิดไฟ Daytime ไว้ ระบบจะทำการ Drop หรือลดแสงไฟ Daytime ลงทันที เพื่อไม่ให้แยงสายตาผู้ใช้รถคนอื่น ซึ่งจะเหลือแต่แสงไฟสีขาวเรียงรายปกติเท่านั้นเอง

จากการใช้งานจริง ผมพบว่า ไฟ Daytime จะช่วยได้มาก เพราะสังเกตว่า รถจะไม่ค่อยตัดหน้ามากมายเหมือนเมื่อก่อน จะพบเห็นอาการชะงักอยู่บ่อย ๆ และปล่อยให้เราผ่านไปอย่างง่ายดาย

รวมถึงยังใช้กะระยะในการจอดประชิดคันหน้าได้อีก ด้วยการดูแสงไฟ LED ที่สะท้อนบริเวณกันชนรถคันหน้านั่นเอง

ซึ่งเวลามีแดดอย่างใน กทม สามารถใช้งานได้ดีสมมาตรฐานของ FITT ผมเองขับสวนกับ Benz E250 ตัวใหม่ที่มี Daytime ในลักษณะเดียวกัน ก็พบว่า ความสว่างของแสงเท่าเทียมกัน และแน่นอนว่า Daytime ตัว Limited Edition ตัวเก่า ไม่สามารถให้แสงได้สว่างเท่าตัวนี้เลย

แต่ถ้าขับรถเข้าใต้ตึกเมื่อไหร่ เช่น ลานจอดรถตามอาคารสำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้า ควรปิดไฟ Daytime ทันที เพราะมันจะสว่างมากกกกกกกกกกกกถึงมากที่สุด และน่ากลัวจะกระทบสายตาผู้อื่นอย่างแน่นอน

จริง ๆ แล้ว ในยุโรปที่มีกฎหมายบังคับให้เปิดไฟ Daytime นั้น บางยี่ห้อที่ติดมาให้จากโรงงานจะไม่มีปุ่มเปิด-ปิดไฟเลย แต่ทาง FITT ก็เลือกที่ทำปุ่มเปิด-ปิดมาให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย ที่ยังไม่คุ้นเคยกับไฟ Daytime อันเนื่องมาจากยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในบ้านเรานั่นเอง

ซึ่งเราจะเลือกเปิด-ปิดเมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงแสงไฟจะ Drop ลงในยามค่ำคืนตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

สำหรับผม การติดตั้งในรูปแบบนี้ลงตัวมากที่สุดแล้ว สามารถเลือกใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงทั้ง 2 รูปแบบ และไม่ทำให้ช่างในศูนย์นิสสันบางคนหลงเข้าใจผิดอีก ว่าผมเปิดไฟตัดหมอกมาทำไมในช่วงเวลากลางวัน

สำหรับสนนราคาสินค้าทั้ง 2 ตัว มีวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งถ้าท่านใดสนใจ ก็สามารถสอบถามได้ครับ

 

 

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณบริษัท วิเชียรไดนามิคอินดัสตรี จำกัด (WDI) เจ้าของผลิตภัณฑ์ FITT ที่ให้เกียรติได้ทดสอบสินค้ามาตลอด และล่าสุดทาง FITT กำลังเตรียมวางจำหน่ายไฟท้าย LED ของ March แบบใหม่ ซึ่งจะเป็นยังไงนั้น ต้องไปชมด้วยสายตาของท่านเองที่งาน Motor Expo ในวันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ ในโซน Accessories Hall บู๊ท J32-33 หรือไปชมพร้อม ๆ กันได้ในวันที่ 11 ธันวาคมที่งาน Meeting ของ Club เรา

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบครับ

 

 

หมายเหตุ : ท่านสามารถชมคลิป Daytime Running Light ของ FITT ได้ที่นี่ครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ติดตั้ง Daytime Running Light ตรงไฟตัดหมอก ให้ Nissan March คันแรกในโลก!!

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 18-06-2011

หลังจากได้รับคำเชิญจากคุณเอ็ม แห่ง FITT ให้เข้าไปทดลองติดตั้งไฟ Day Time Running หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า Daylight หลอด LED พร้อมครอบโครเมียม คันแรกในโลก ที่โรงงานย่านปทุมธานี

พอมาถึง ก็โดนจับรื้อเลย

 

 

จ๊ากกกกกก ทำไมมารื้อไฟท้ายเค้าละ

 

 

 

มาตั้งประตูฟุตบอลอะไรตรงนี้อ่ะ ยังไม่ถึงเวลาเล่นนะเฟ้ย

 

 

 

ห่าง ๆ หน่อย ค่อยยังชั่ว ที่แท้กำลังออกแบบไฟท้ายใหม่นี่เอง ขอ LED แบบ Teana เลยนะคร้าบบบ อุดหนุนแน่นอน

 

 

มาดูด้านหน้าดีกว่า ทำไรกันอ่ะ

 

 

มาแอบแงะอะไรของเค้า

 

 

 

จ๊ากกกกกกกกกกกกก ถอดมาทามมายยย

 

 

 

โห คานหน้าแข็งแรงมาก ๆ เห็นแล้วอุ่นใจเล็กน้อย

 

 

โห ถังน้ำฉีดกระจกใหญ่มาก ปีนึงจะหมดไหมเนี่ย

 

 

 

เผลอแป๊ปเดียว มาแงะกันอีกแล้วววววว

 

 

รูโบ๋เยยยยย

 

 

อุ๊บ! เอาไรมาติดอ่าา สวยจังเยยยยยยย

 

 

สวยมากเลย ไม่โกรธแย้ววววว

 

 

เย้ ๆๆๆ เอากลับที่เดิมแว้วววววว

 

 

เจอคุณกอล์ฟ สมาชิก Thaimarch ด้วย เชื่อไหมว่าอายุ 40 กว่า ๆ แล้ว

 

 

ประกอบกลับคืนแล้ววววว จะเสร็จแล้วชิมิ ชิมิละ!

 

 

อ้าวว แล้วมาแกะของแต่งศูนย์เค้าทามมายยยย เค้าซื้อมาแพงนะ

 

 

เฮ้ยยย แล้วทำไมรูมันใหญ่เงี้ยอ่ะ นี่ศูนย์เล่นเจาะรูกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยหรอ

 

ไม่ได้การละ เปลี่ยนใหม่มันซะเลยแล้วกัน โกรธศูนย์มาก ๆ มาเจาะไข่แดง เอ๊ย ส้ม ของเค้าได้ไง โดนทั้ง 2 ใบเลย

“พี่ครับ เปลี่ยนเป็นของ FITT ไปเลย”


 

 

เริ่มทดสอบกันแว้ววววว

 

 

ถูกใจมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ด้านหน้าเสร็จแล้ว คุณเปิ้ล Pretty สาวที่โลกลืมเริ่มเข้ามาทำความสะอาดแว้ววว

 

 

เจ้าหน้าที่รุมกันเยอะมาก ทั้งทำงาน ทั้งแวะมาดู LED น้อง March คันแรกของโลก แม้แต่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ ก็มากันหมด

 

 

เช็ดเสร็จแว้ววววววว

 

 

ปุ่มเปิด-ปิดถูกติดตั้งอย่างสวยงามและแนบเนียนครับ

 

 

ซึ่งกลางคืนจะเรืองแสงแบบนี้เลย

 

 

ถ้าเรากดเปิดอยู่ ก็จะมีสถานะไฟเพิ่มขึ้นมาแบบนี้เลย เพื่อบอกเราว่า เรากำลังเปิดมันอยู่นะ

 

 

และแล้วก็ได้เวลาอันสมควรที่เจ้าหน้าที่ของ FITT จะทำการทดสอบปุ่มเปิด-ปิด มาดูกันซิ ว่าจะติดไหม?

 

 

เย้ ๆๆๆๆ ติดแว้ววววววววววว สวยจังเยยยยยย

 

 

Product Manager เข้ามาตรวจสอบด้วย อิอิ

 

 

 

แวบมาดูด้านหลัง อ้าว ใครเอาไรมาติดอ่ะ

 

 

อ๋อ Logo ของ FITT นี่เอง เท่ดีแฮะ

 

 

 

ตากล้องเตรียมพร้อม!!!

 

 

แชะ…..

แชะ…..

แชะ…..

 

 

มาดูกันชัด ๆ กับไฟ Day Time Running Light แบบ LED ใน Nissan March

 

 

กลางวัน

 

 

กลางคืนแสงจะ drop ลงพอสมควร เพื่อไม่ให้แยงตาชาวบ้าน

 

 

มาดูกระจกมองข้างอันใหม่บ้าง สวยไหม?

 

 

 

น้อง March ของผม เปลี่ยน look ใหม่ งามไฉไลกว่าเดิม……….

 

 

รักน้อง March จังเลย

 

 

ยิ่งมอง ก็ยิ่งหลง

 

 

แม้มันจะแตน ๆ แค่ไหนก็ตาม เจอของแต่งจาก FITT เข้าไป เป็นได้คลั่งไคล้ทุกคืนวัน

 

 

เธอสวย…ทุกนาทีที่เคยสัมผัส

 

 

รู้ทันทีว่าเธอคือ..คันพิเศษ ที่ฉันนั้นรอมานาน

 

 

ที่ฟ้าให้มาเจอะกัน….ให้ฉัน..มี….มาร์ชชชชช

 

 

วันนี้ได้ถ่ายประกบกับคุณธร สมาชิก Thaimarch ซะด้วย

 

 

จะสีไหนก็สวยทั้งคู่ เพราะนี่คือ March by FITT

 

 

หลอด LED กับหลอดธรรมดา มาประชันกันแว้วววว

E MT ล้อดำขอบ 17 + skirt Extreme ของคุณธรสวยมาก ๆ ครับ ดุดัน+น่ารัก

 

 

เปลี่ยนมุมบ้าง

 

 

ด้านหลังเต็มๆ

 

 

ตากล้องเป็น 100 คนได้ ยั้วเยี้ยอย่างกับหนอน

 

 

ปิดท้ายรายการด้วย Clip VDO ฝีมือคุณเอ็มครับ

 

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ WDI หรือ FITT สำหรับการสนับสนุนของแต่งรถ ทั้งไฟตัดหมอก LED และครอบกระจกมองข้างมีไฟเลี้่ยว+ไฟหรี่ ที่ชัดขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

– ขอบคุณคุณเอ็มสำหรับการประสานงาน อย่าทานของที่ไปฝากมาก เดี๋ยวจะไม่ได้นอน

– ขอบคุณคุณเปิ้ลและทีมงานสำหรับการพิถีพิถันบรรจงติดตั้งของแต่งให้ March ของผม สวยงามกว่าเดิมเยอะมาก

– สุดท้าย ขอบคุณผู้ติดตามอ่านทุกท่านครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

จับผิด Toyota!!! ในเอกสารบลัฟ Nissan March ใครโกหกกันแน่?

Posted by Biere | Posted in ข้อมูลรถ Nissan March | Posted on 20-11-2010

ตามที่โตโยต้าออกเอกสารอบรมเซลล์ในการขาย Vios และ Yaris เพื่อถล่ม Nissan March ตามกระทู้ http://www.thaimarch.com/index.php?topic=9470.0

ในเอกสารดังกล่าว โตโยต้าโจมตี Nissan March ในเรื่องระยะเบรคว่า ทดสอบที่ความเร็ว 100-0 March ใช้ระยะทางไกลถึง 60 เมตร รถถึงจะหยุดสนิท! ตามภาพ

โดยในเอกสารไม่มีการระบุปัจจัยใด ๆ ในการทดสอบเลย ว่าทดสอบอย่างไร มีคนนั่งกี่คน คนขับ March แกล้งเหยียบเบรคไม่สุดหรือไม่?

ก็ช่างเค้า เพราะเค้าต้องเชียร์สินค้าของตัวเองอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ

ทีนี้มาดูผลทดสอบจากสื่อมวลชนอย่างนิตยสาร Formula ฉบับเดือนกันยายน ที่เพื่อนสมาชิกมาลงไว้ในกระทู้ http://www.thaimarch.com/index.php?topic=10263.0 นี้บ้าง

มาดูภาพกันก่อน

จากภาพ แสดงให้เห็นว่า

1. การหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนหยุดนิ่งสนิทที่ความเร็ว 0 นั้น (60-0)
– Toyota Yaris ใช้ระยะทางทั้งสิ้น 17.4 เมตร
– Nissan March กลับใช้ระยะทางเพียง 15.3 เมตรเท่านั้น!!

2. การหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนหยุดนิ่งสนิทที่ความเร็ว 0 นั้น (80-0)
– Toyota Yaris ใช้ระยะทางทั้งสิ้น 30.8 เมตร
– Nissan March กลับใช้ระยะทางเพียง 26.7 เมตรเท่านั้น!!

3. การหยุดรถกะทันหันจากความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนหยุดนิ่งสนิทที่ความเร็ว 0 นั้น (100-0)
– Toyota Yaris ไม่มีผลทดสอบ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
– Nissan March ใช้ระยะทางเพียง 40.9 เมตรเท่านั้น!!

ขัดกับเอกสารบลัฟของโตโยต้า ที่บอกว่า Nissan March ใชัระยะทางถึง 60 เมตร!!!

เบรคยังไงถึงไปไกลขนาดนั้น? หรือไม่ได้เบรค? ใครขับทดสอบ ออกมาตอบผมที

เท่านั้นไม่พอ มาดูกันต่อ

จากเอกสารเดิม เรื่องอัตราเร่ง

ในเอกสาร Toyota ระบุว่า Nissan March มีอัตราเร่ง 0-100 มากกว่า 16 วินาที!!!
และ Yaris เองใช้เพียง 13 วินาทีต้น ๆ เท่านั้น!!

แต่ผลการทดสอบของนิตยสาร Formula จากภาพด้านบน ได้ทดสอบดังนี้

1. 0-100
– Toyota Yaris 14.1 วินาที
– Nissan March 15.1 วินาที

ขับกันยังไงเนี่ยยยยย!!!!!

ไหน ๆ แล้ว มาดูกันต่อ

2. 0-60
– Toyota Yaris 6.3 วินาที
– Nissan March 6.6 วินาที

3. 0-80
– Toyota Yaris 10.2 วินาที
– Nissan March 10.1 วินาที

4. 0-120
– Toyota Yaris 21.9 วินาที
– Nissan March 22.3 วินาที

จับเวลาความเร็วไปแล้ว จับเวลาแบบระยะทางบ้าง
1. ควอเตอร์ไมล์ 0-400 เมตร
– Toyota Yaris 19.6 วินาที ที่ความเร็ว 115.3 กม/ชม
– Nissan March 20.0 วินาที ที่ความเร็ว 113.9 กม/ชม

2. 0-1000 เมตร
– Toyota Yaris 36.0 วินาที ที่ความเร็ว 146.6 กม/ชม
– Nissan March 36.7 วินาที ที่ความเร็ว 137.8 กม/ชม

จะเห็นได้ว่า Yaris ชนะไปหวุดหวิดเท่านั้น ไม่ได้ชนะขาดกระจุยเหมือนเอกสารที่โตโยต้าทำขึ้นมาเกทับบลัฟแหลก แถมในช่วงความเร็ว 0-80  Nissan March ใช้เวลาน้อยกว่าด้วย!!!

แต่อย่าลืมนะครับ Toyata Yaris เครื่อง 1,500 ซีซี 109 แรงม้า

แต่ Nissan March เครื่อง 1,200 ซีซี 79 แรงม้า เท่านั้น!!!


ดังนั้น ท่านผู้อ่านทุกท่านต้องพิจารณากันเอาเองนะครับ แน่นอนถึงผมจะขับ March แต่ผมก็ไม่ได้อะไร ถ้า March จะขายดีขึ้น เพราะผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับบริษัท Nissan Motor

 

แต่ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนที่พิจารณาซื้อรถคันใหม่ และมองหาทางเลือกอยู่ ควรจะศึกษาข้อมูลมากหน่อย ไม่ใช่ฟังความข้างเดียวเท่านั้น

เพราะรถแต่ละคัน เงื่อนไขแต่ละอย่าง ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเสมอไป

แต่ผมขอให้คุณได้รถที่ตรงกับใจ…..เท่านั้นก็พอแล้ว

ขอบคุณครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ThaiMarch.info Rss