ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!!

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 26-08-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังได้รีวิว March GO วิทยุติดรถยนต์ใน Nissan March ไป 2 ตอนแล้วนั้น เพื่อน ๆ ได้ให้ความสนใจเข้ามาอ่าน และสอบถามถึงการติดตั้งเครื่องเสียงตัวนี้กันมามากมาย

 

 

ซึ่งจริง ๆ ผมจะชี้เป้าและบอกรายละเอียดในตอนจบของรีวิวอยู่แล้ว แต่ดูจากคำถามที่เข้ามามากมาย คาดว่าจะรอไม่ไหว

 

 

ประจวบเหมาะกับทางผู้จำหน่ายได้แจ้งข่าวดีมาให้ผมทราบคือ ทางร้านยินดีมอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 500 บาท ให้สำหรับ 10 ท่านแรก ที่เข้าไปติดตั้ง โดยให้แจ้งกับทางร้านว่า “อ่านรีวิวของคุณเบียร์ ThaiMarch.info” มา

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจจะติดตั้ง ให้ติดต่อไปที่

คุณคิม โทร 089-690-8517

 

ราคา March GO

– March GO พร้อมติดตั้งนอกสถานที่ 16,900 บาท
– March GO พร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย
รุ่น V, VL ปุ่มควบคุมพร้อม March GO รวมราคา 19,500 Baht
รุ่น E, EL, S ปุ่มควบคุมพร้อม March GO รวมราคา 21,000 Baht

 

 

ของแถมสำหรับ March GO
– เสาโทรทัศน์แบบอ่อน ออกแบบมาสำหรับติดตั้งภายในโดยเฉพาะ
– Micro SD Card 2 แผ่น หนึ่งแผ่นสำหรับ iGO9 Primo 1.2 อีกแผ่นสำหรับ MP3
– เสา GPS
– iGO 9.6 Primo version 2.0 พร้อมคู่มือการใช้งาน
– กล้องมองหลัง
– ติดตั้งถึงที่บ้านทุกที่ทั่วไทย

หรือดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.thaimarch.com/index.php?topic=25982.0

 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 2 : ตั้งค่า ตั้งเครื่อง เรื่องจิ๊บ ๆ

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 24-08-2012

หลังจากเพื่อน ๆ ได้ดูข้อมูลเบื้องต้นของวิทยุติดรถยนต์นิสสัน มาร์ช อย่างเจ้า March GO ไปเรียบร้อยแล้วในรีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 1 : เปลี่ยน…สู่สิ่งที่ดีกว่า

ในตอนที่ 2 ผมจะพามาเจาะดูการตั้งค่าของเครื่องกันก่อนเลย ก่อนที่จะพาไปสัมผัสความบันเทิง เพราะแต่ละคน ย่อมชอบไม่เหมือนกัน

ซึ่งการเข้าไปตั้งค่าเครื่องนั้น จะต้องเข้าจากเมนูหลัก ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ เปิดเพลงฟังอยู่ในโหมดไหนก็ตามแต่ จะเห็นรูปลูกศรย้อนขึ้นที่มุมบนขวาของหน้าจอแบบนี้

 

 

ก็กดไป 1 ทีครับ

 

 

ผลก็คือ เราจะกลับมาหน้าเมนูหลักแบบนี้

 

 

การตั้งค่าเครื่องก็ให้เพื่อน ๆ กดที่ SETUP 1 ที

 

 

ก็จะเข้าสู่หน้าจอ SETUP แบบนี้ครับ

 

 

ถ้าเพื่อน ๆ เอานิ้วสไลด์หน้าจอขึ้น ก็จะเจอเมนูการตั้งค่าอีกเพียบครับ

 

 

ก่อนอื่นเลย เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะไม่ถนัด หรือไม่ชอบภาษาอังกฤษ ผมแนะนำให้เปลี่ยนภาษาก่อนเลยครับ โดยเข้ามาที่เมนู Lang. ซึ่งย่อมาจาก Language หรือแปลว่า “ภาษา” นั่นเอง

 

พอเข้ามาแล้วก็จะเจอหน้าจอเลือกภาษา ซึ่งมีให้เลือกถึง 11 ภาษาเลยทีเดียวได้แก่

1. จีน
2. อังกฤษ
3. ฝรั่งเศส
4. สเปน
5. เยอรมัน
6. รัสเซีย
7. อิตาลี
8. โปรตุเกส
9. อะราบิค
10. ไทย
11. จีนกลาง

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ถนัดภาษาอะไรก็สามารถเลือกได้เลยตามใจชอบครับ แต่ถ้าจะเลือกไทยก็สไลด์หน้าจอลงมาเรื่อย ๆ จนถึงภาษาที่ 10

 

 

ก็จิ้มไปที่คำว่า Thai 1 ที หน้าจอก็จะแสดงผลเป็นภาษาไทยทันที แบบนี้

 

 

จากนั้นให้เรากดปุ่มลูกศรย้อนขึ้น 1 ที ก็จะพบว่า เมนูการตั้งค่าได้เปลี่ยนเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว

 

 

ลองสไลด์ดูเมนูอื่น ๆ ด้านล่าง

 

 

ทีนี้ลองมาเจาะดูแต่ละเมนูกันครับ ว่ามีอะไรให้เราเล่นบ้าง

เริ่มที่เมนูแรกคือ “วอลล์เปเปอร์” ซึ่งในเมนูนี้จะเป็นการเปลี่ยนภาพพื้นหลัง โดยมีให้เลือกเปลี่ยนตามสไตล์ถึง 42 ภาพ

 

โดยการเลือกภาพพื้นหลัง เราก็เพียงเอานิ้วปัดหน้าจอสไลด์ไปทางซ้ายหรือขวา จนเจอภาพที่เราถูกใจก็จิ้มไปที่ภาพ 1 ที ภาพพื้นหลังก็จะเปลี่ยนใหม่ให้ทันทีและทันใจ

ทีนี้กดลูกศรย้อนขึ้นมาดูเมนูที่ 2 กันครับ นั่นคือ “หมุน” หรือภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า “Wheel” ซึ่งมันคือการตั้งค่า “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” นั่นเอง

 

 

ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะงงว่า ตั้งค่าทำไม ในเมื่อปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัยก็มีสัญลักษณ์บอกอยู่แล้ว ว่ากดปุ่มแต่ละปุ่มเป็นการใช้คำสั่งอะไร

 

แต่นั่นคือการใช้งานแบบปกติ ซึ่งมีอยู่แล้วในเครื่องเสียงติดรถจากโรงงาน ที่จะถูกกำหนดค่ามาตามมาตรฐาน แต่เครื่อง March GO มีความพิเศษให้ตรงที่เราสามารถปรับแต่งปุ่มทั้ง 5 ปุ่มนั้นได้อย่างอิสระ ตามใจเรา เพราะคนเรามีความชอบไม่เหมือนกันนั่นเอง

เอาง่าย ๆ ผมเองก็มีการเปลี่ยนให้ปุ่ม “Back” ตรงมุมล่างซ้าย เป็นการสั่งให้เครื่อง “เงียบเสียง” หรือ “Mute” แทน เพราะชีวิตจริง ผมจะใช้ปุ่มนี้บ่อย จึงไม่อยากเอื้อมมือไปที่ตัวเครื่อง ให้เสียสมาธิในการขับขี่ไงละครับ

ย้อนกลับมาดูเมนูที่ 3 กันเลยดีกว่า กับเมนู “เวลา”

 

ซึ่งในเมนูนี้ สำหรับการตั้งวันที่และเวลา แต่ผมจะบอกว่า ไม่จำเป็นเลยสำหรับ March GO เพราะเครื่องได้มีการเชื่อมเวลาผ่านดาวเทียมมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความแม่นยำของเวลาจะสูงมาก เทียบเท่ากองทัพเรือไทยได้เลย

 

มาดูเมนูที่ 4 กันเลยกับ “ระบบ” ครับ

 

 

อันแรกคือ “เปิดย้อนกลับ” เอ่อ….งงอ่ะ ขอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษก่อนนะครับ

 

อ๋อ Reverse นั่นเองครับ

ซึ่ง Reverse หรือ “เปิดย้อนกลับ” มันคือการตั้งค่ากล้องมองหลังเวลาเราปิดวิทยุอยู่นั่นเอง

 

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน ว่าเวลาเราเปิดเครื่อง March GO เพื่อฟังเพลง ดูทีวีหรืออะไรก็ตามแต่ เมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลังปุ๊ป ภาพก็จะตัดมาที่กล้องมองหลังปั๊ป เพื่อแสดงภาพด้านหลังรถของเราโดยอัตโนมัติ

 

แต่การตั้งค่าในส่วนนี้ คือการตั้งค่าเมื่อเราปิดเครื่อง March GO อยู่ โดยมีให้เราเลือก on หรือ off นั่นเอง

ถ้าเราตั้งไว้เป็น on เวลาที่เราไม่ได้เปิดเครื่อง March GO หน้าจอก็จะเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลัง เพื่อแสดงภาพในขณะที่เราถอยหลัง

ถ้าเราตั้งไว้่เป็น off เวลาเราเข้าเกียร์ถอยหลัง ภาพก็จะไม่แสดงนั่นเองครับ

 

 

ส่วนเมนูถัดไป “การ์ตูน” หรือ “cartoon” นั้นไม่ต้องสนใจครับ เพราะเป็นลูกเล่นของเมืองนอก เมืองนาเค้า เราไม่เกี่ยว

 

ข้ามมาดูที่เมนู “บีพ” หรือ “Beep” กันเลย

 

ซึ่งเมนู Beep นั้น คือการเปิดเสียงปุ่มกดนั่นเอง ถ้าเราตั้ง on เวลากดปุ่มต่าง ๆ ก็จะมีเสียงปุ่มกดขึ้นมาด้วย แต่ถ้า off ก็จะไม่มีเสียงครับ

 

ถัดมาคือ “PIP” ซึ่งย่อมาจาก Picture in Picture เป็นการตั้งค่าให้ระบบการแสดงแบบ 2 หน้าจอซ้อนกัน ซึ่งเราต้อง on ไว้แน่นอนครับ เพราะนี่คือ ความสามารถหลักที่ตอบโจทย์ความต้องการของผมเลย เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด ผมจะได้ใช้ GPS ได้ โดยไม่หลงทาง ส่วนภรรยาผมก็สามารถดูหนังไปด้วยได้

 

 

และอันสุดท้ายของการตั้งระบบก็คือ Saver หรือคำเต็มที่พวกเราคุ้นเคยกัน ก็คือ Screen Saver หรือภาพพักหน้าจอนั่นเองครับ

 

 

โดยเราสามารถตั้งเวลาได้ว่า เมื่อเราไม่ได้ทำอะไรที่เครื่องนานเท่าไหร่ ภาพพักหน้าจอถึงจะขึ้นมาแสดง โดยมีระยะตั้งแต่ 1 นาที

 

 

5 นาที

 

 

และนานสุด 10 นาที

 

 

และเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ภาพพักหน้าจอจะแสดงเป็นรูปนาฬิกาแบบนี้ครับ

 

 

ถ้าเราอยากเปลี่ยนแบบนาฬิกา ก็ทำได้ด้วยการกดปุ่มตรงกลางของนาฬิกา

 

 

นาฬิกาก็จะเปลี่ยนเป็นแบบนี้

 

 

กดอีกทีก็จะเป็นแบบนี้

 

 

ถ้าเราอยากเข้าสู่โหมดปกติ ก็จิ้มที่หน้าจอตรงไหนก็ได้ครับ ก็จะเข้าสู่หน้าจอการใช้งาน March GO ปกติ

 

หรือเราสามารถเลือก off เพื่อปิดระบบนี้ไปก็ได้ครับ

 

 

ทีนี้เราออกมาดูเมนูการตั้งค่าถัดไป ที่เขียนว่า “ออดิโอ”

 

 

ก็จะเจอหน้าตาแบบนี้

 

ซึ่งเป็นการตั้งค่าเสียงนั่นเอง เราสามารถปรับเสียงเบส เสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลม ได้อย่างอิสระ

หรือถ้าเราไม่ถนัด จะลองปรับตาม package ที่ระบบตั้งมาให้ก็ได้ โดยกดปุ่มนี้

 

 

เสียงก็จะเปลี่ยนไปตาม package ให้เราเลือกว่าชอบฟังเสียงแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นแบบป๊อป

 

 

คลาสสิค

 

 

ร๊อค

 

 

แจ๊ส

 

 

มาตรฐาน

 

 

หรือแบบกำหนดเองตามใจเรา

 

 

เมื่อได้เสียงที่ตรงกับใจแล้ว ทีนี้ลองมากดปุ่ม “ลูกศรชี้ลง” ด้านขวากันบ้างครับ

 

กดเข้าไปแล้ว จะเจอหน้าจอการตั้งค่า Balance หรือ “สมดุล” หรือการตั้งค่าให้เสียงออกลำโพงไหนบ้าง

ซึ่งลำโพงของรถเราจะมี 4 ตัว อยู่ที่ประตูรถแต่ละด้าน ทั้งหน้าซ้าย หน้าขวา หลังซ้าย หลังขวา ถ้าเราจะให้เสียงออกทางไหน หรือไม่ให้เสียงออกทางไหนก็ปรับได้ตรงนี้แหล่ะครับ

อย่างเวลาคุณพ่อ คุณแม่ขึ้นมานั่งรถด้านหลัง ผมก็จะกดปุ่ม Front ไปเรื่อย ๆ จนกว่า “จุดสีเหลือง” จะวิ่งขึ้นข้างบนจนสุด เพื่อเป็นการกำหนดให้เสียงออกเฉพาะลำโพงหน้าเท่านั้น เพราะแน่นอน คุณพ่อ คุณแม่ผมไม่โปรดเพลงที่ผมกับภรรยาฟังสักเท่าไหร่หรอก

 

 

และเมื่อขับไปสักพักนึง ภรรยาเกิดหลับ ผมก็ไม่อยากให้เสียงเพลงรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอมากนัก ผมก็จะกดปุ่ม R มาจนสุด เพื่อให้เสียงเพลงดังผ่านลำโพงด้านคนขับเพียงลำโพงเดียว ให้ผมได้ยินชัดเจนอยู่คนเดียว แบบนี้

 

ซึ่งเพื่อน ๆ จะปรับ “ขึ้น ขึ้น ลง ลง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา บี เอ ซีเล็ค สตาร์ต” อะไรก็ว่าไปกันตามความเหมาะสมเลยนะครับ เพื่อจะได้สูตร 30 ชีวิตมาใช้ 5555+

 

 

ถัดจากเมนูออดิโอ จะเป็นเมนู “ภาษา” ซึ่งผมได้รีวิวไปแล้วตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ก็ขอข้ามมาเมนูถัดไป คือ “วีดีโอ” เลยแล้วกันนะครับ

 

 

เมื่อกดเข้ามาจะเจอหน้าตาแบบนี้ครับ

 

เริ่มที่ Video Warning คือ เมื่อเราเปิดวีดีโอ จะมีการเตือนก่อน ว่าไม่ควรดูในขณะขับขี่ ซึ่งถ้าเราตั้ง on เวลาเราเปิดไฟล์วีดีโอ หรือหนัง หน้าจอก็จะขึ้นเตือนมาแบบนี้

 

 
 

แต่ถ้าเราตั้งค่าให้เป็น off เวลาเราเปิดไฟล์ ก็จะสามารถดูวีดีโอได้เลยแบบนี้

 

 
 

ส่วน Camera คือ การตั้งค่ากล้องมองหลังรถ ว่าเราจะตั้งค่าให้ภาพที่ออกมาเป็นแบบไหน

 

 

ถ้าค่าเป็น Normal ก็คือ ภาพจริงตามสายตาที่เห็นแบบนี้ครับ

 

 

แต่ถ้าเรากดอีกที ค่านี้จะกลายเป็น Mirror

 

 

ภาพก็จะสะท้อนกลับเหมือนกระจก จะเห็นได้ว่า ภาพจะสลับกับเมื่อกี้ ชั้นวางรองเท้าจะถูกย้ายไปอยู่ด้านขวาแทน ทั้งที่ความจริง จะอยู่ด้านซ้าย

 

 

ออกจากการตั้งค่าวีดีโอ มาดูเมนูถัดไปกันครับ นั่นคือ “นำทาง” หรือ “NAVI”

 

 

เมื่อเรากดเข้ามาแล้ว เราจะพบว่า เครื่องได้ทำการแสกนหาไฟล์ EXE ที่อยู่ในช่อง GPS Card ออกมา ว่ามีไฟล์ไหนบ้าง

 

ซึ่งถ้าในการ์ดของเพื่อน ๆ มี GPS ให้ใช้หลายตัว หลายเวอร์ชั่น เราก็สามารถกดเลือกโปรแกรมหรือเวอร์ชั่น GPS ที่ต้องการใช้ได้ อย่างในการ์ดผม มีทั้งโปรแกรมที่ทางร้านให้มา และโปรแกรมเดิมที่เคยใช้อยู่ใน March Navi ซึ่งผมได้ใส่ลงไปใน SD Card เดียวกันนั่นแหล่ะ ซึ่งทำให้ผมสามารถเลือกโปรแกรมได้ ว่าจะใช้ตัวไหนนำทาง โดยการจิ้มไปที่ตัวที่เราต้องการใช้ และกดลูกศรย้อนขึ้นเท่านั้นเอง

 

 

จาก GPS มาต่อที่เมนูถัดไปครับ นั่นคือ “วิทยุ” หรือ “Radio”

 

 

กดเข้ามาก็จะเจอหน้าจอนี้ ซึ่งเป็นการตั้งค่าวิทยุท้องถิ่นของประเทศต่าง ๆ อย่าง ยุโรป

 

 

จีน

 

 

รัสเซีย

 

 

อเมริกา

 

ซึ่งเราคงไม่ได้อยู่ในประเทศเหล่านั้น ก็คงไม่มีประโยชน์อันใด งั้นไปกันต่อครับ ที่เมนูถัดไป “ทีวี” หรือ “TV” ซึ่งเอาไว้ตั้งค่าในการดูทีวี ผ่าน March GO นั่นเอง

 

โดยค่า PAL BG ถือเป็นค่าที่ถูกต้องในการรับสัญญาณฟรีทีวีของบ้านเราแล้วนะครับ ตรงนี้ก็ไม่ต้องตั้งค่าอะไร เพราะทางร้านได้ตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว

 

มาดูค่าต่อไปกันครับกับ “BT” หรือ “Bluetooth” เป็นการตั้งค่าการใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อผ่าน March GO ทางบลูทูธ

 

โดยมีให้ตั้งค่าอยู่ 2 แบบคือ

1. เชื่อมต่ออัตโนมัติกับโทรศัพท์มือถือ เมื่อเราเปิดเครื่อง March GO ขึ้นมา
2. รับสายโดยอัตโนมัติ เมื่อมีสายเข้ามา

ก็เลือก on เลือก off กันตามความสะดวกเลยนะครับ

 

มาดูค่าต่อไปกันครับกับ cali. ที่ย่อมาจาก Calibrate ซึ่งเป็นการปรับตั้งหน้าจอสัมผัส  Touchscreen นั่นเอง

 

 

โดยเราจะได้ปรับตั้งเมื่อรู้สึกว่า พอเราสัมผัสหน้าจอแล้ว คำสั่งที่ออกไป เริ่มไม่ตรงกับที่เราสัมผัสแล้ว เช่น กด DISC แต่ไปเปิด SD เป็นต้น เราก็เข้ามาตั้งค่าตรงนี้ได้ ด้วยการกดไปตามจุดที่ปรากฏขึ้นให้ครบทุกจุด ประมาณ 5 จุด เท่านี้ก็เรียบร้อย

 

 

เมนูถัดมาคือ Restore คือการย้อนกลับไปสู่ตอนซื้อเครื่องใหม่ ๆ โดยจะใช้เมื่อเครื่องมีปัญหามาก ๆ และแก้ไขไม่ได้นั่นเอง

 

ซึ่งในภาวะปกติ ก็อย่าไปกดนะครับ เพราะข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ จะหายไปหมดเลย รวมถึงการตั้งค่าที่ทางร้านตั้งมาให้ใช้งานเฉพาะในเมืองไทยก็จะอันตรธานไปด้วยเช่นกัน

 

และเมนูสุดท้ายกับ Version ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการแสดง Version ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่นั่นเอง

 

 

จบไปทุกเมนูแล้ว ทีนี้มาดูคลิปกันบ้างครับ

เป็นยังไงบ้างครับ กับการตั้งค่า ตั้งเครื่อง มันเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ เลยใช่ไหมละครับ

แล้วเจอกันใหม่ตอนที่ 3 ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจนจบครับ

 

ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!! รายละเอียดคลิกได้เลยครับ

 
 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 1 : เปลี่ยน…สู่สิ่งที่ดีกว่า

Posted by Biere | Posted in Uncategorized, รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 23-08-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่ผมเคยเติมเต็มความบันเทิงด้วย March Navi ไปแล้ว ตามรีวิว“เติมเต็มความบันเทิงด้วย March Navi” นั้น

ผมได้ใช้งานมาปีกว่า ก็ประสบพบเจอข้อจำกัดและปัญหาอยู่หลายข้อ อาทิเช่น

1. เครื่องแฮงค์บ่อย ต้อง restart ทำให้ข้อมูลที่เซฟหายไป ต้องมาคอยตั้งค่าใหม่
2. หน้าตาเวลาฟังเพลงจะเป็นจอสีฟ้า เริ่มรู้สึกเบื่อ
3. เวลาไปต่างจังหวัด ผมก็อยากจะเปิดจอ GPS เพื่อนำทาง แต่ภรรยาก็อยากดูหนังระหว่างการเดินทางไกล กลายเป็นว่าต้องแย่งกัน T_T
4. เสาทีวีในรถชอบหลุดลงมาห้อย

และด้วยการที่ผมกำลังเปลี่ยนแปลงหน้าตาเจ้าลัคกี้ หรือนิสสัน มาร์ชของผมใหม่ใน Project ที่ชื่อว่า Nissan March-R ผมจึงใช้โอกาสนี้มองหาวิทยุตัวใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาของผมให้หมดไป รวมทั้งทำให้รถผมมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ทั้งภายในและภายนอก

 

และผมก็มาเจอ March GO ที่โฆษณาคุณสมบัติที่น่าสนใจไว้ดังนี้

1. ดูทีวีชัดระดับ HD โดยไม่ต้องติดจานดาวเทียม หรือเสาอะไรให้วุ่นวาย
2. ดู Youtube ผ่านจอในรถได้
3. ดู Google Map ผ่านจอในรถได้ และนำทางได้ด้วย
4. ไม่ต้องตั้งนาฬิกา เพราะใช้เวลาผ่านดาวเทียมเหมือนกองทัพเรือไทย
5. รองรับ SD Card ถึง 256 GB
6. เมนูภาษาไทยสมบูรณ์แบบ
7. ได้โปรแกรม IGO 9 Primo ฟรี!
8. มีฟังค์ชั่น Picture in Picture สามารถดูทีวี / ดูหนังไปด้วยระหว่างใช้งาน GPS โดยจะมีจอเล็ก ๆ ซ้อนขึ้นมา
9. รองรับสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัยได้
10. รับประกันนานถึง 3 ปี (มีค่าประกันเพิ่ม)

เมื่อได้อ่านและดูวีดีโอที่เจ้าของร้านทำมา ก็รู้สึกว่า “โดน” เพราะเหมือนจะตอบโจทย์ความต้องการของผมได้ ผมจึงโทรนัดหมายติดตั้งกับทางร้านทันที

 

 

เสาทีวีของเก่าถอดออกไป เพราะชอบห้อยตกลงมาเหลือเกิน

 

 

แล้วติดตั้งเสาอากาศแบบอ่อนเข้าไปแทน ซึ่งเสาอากาศแบบนี้ทางร้านบอกราคาแพงกว่าเสาเดิมถึง 3 เท่า เพราะมีน้ำหนักเบา สวยงาม เข้ารูป ไม่มีการตกลงมาห้อยเหมือนเสาเดิมแน่นอน ซึ่งเสาเดิมที่ชอบตกลงมาห้อยนั้น อาจจะทำให้ดึงฟิล์มรถยนต์เราลงมาเสียหายด้วย

 

 

โดยเสายาวจะวางขวางยาวไปทั้งทางซ้าย

 

 

และทางขวา

 

 

และเมื่อเราเปิดวิทยุ จะมีไฟสีแดงขึ้นมาที่เสาให้เรารู้ด้วย

 

 

จากนั้นทางร้านจะติดตั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมให้ แต่ด้วยเพราะผมมีกล่องนี้อยู่แล้วจากตัวเดิม และทางร้านได้ทดสอบแล้ว ว่าใช้งานได้ปกติ จึงไม่ต้องเปลี่ยนแต่อย่างใด

 

 

หัวต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทางร้านต่อออกจากวิทยุ แล้วเดินสายเก็บเอาไว้ให้ในเก๊ะ

 

 

สองสายแรกจะสั้นเท่ากัน โดยหัวสีดำคือ สายต่อ USB ซึ่งสามารถเอา USB Drive มาเสียบได้เลย ไม่ต้องมีสายต่อเพิ่มเหมือนเครื่องเก่าแต่อย่างใด

 

 

ส่วนหัวสีขาวอีกหัวคือ สายต่อ iPod หรือ iPhone ซึ่งสามารถนำ iPod หรือ iPhone มาเสียบเพื่อฟังเพลงในเครื่องได้เลย แถมยังชาร์ตแบตเข้า iPod และ iPhone ได้อีกต่างหาก

 

 

ส่วนหัวสีขาวอีกหัวจะสังเกตว่า เหมือนกับหัวสีขาวที่ไว้ต่อ iPod แต่สายมีความยาวมากกว่า สายนี้เป็นสายที่เอาไว้ต่ออุปกรณ์ของ Apple อย่าง iPhone และ iPad เพื่อไว้ดู youtube , VDO หรือ ทีวีผ่านจอของรถนั่นเอง

 

ซึ่งสายนี้ เราต้องซื้อเพิ่มนะครับอีก 1,500 บาทถ้วน ถ้าเพื่อน ๆ ไม่มีอุปกรณ์ของ Apple ใช้ ก็คงไม่จำเป็น แต่ถ้ามี ก็แนะนำให้ซื้อเพิ่ม เพราะตรงนี้แหล่ะ คือทีเด็ดที่ทำให้วิทยุตัวนี้ “คุ้มค่า” ขึ้นอีกมาก

 

แม้จริง ๆ แล้ว March GO นั้นมีหน้าตาดูคล้าย March Navi ของเดิมมากจนแทบแยกไม่ออก

 

 

แต่พอสังเกตดี ๆ ถึงรู้ว่าปุ่มต่าง ๆ เปลี่ยนไป รวมถึงหน้าตาและลูกเล่นภายในอีกด้วย

ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน มาดูกันเลยดีกว่าครับ

 

 

ปุ่มด้านซ้าย

 

ปุ่มแรกสุดจะเป็นวงกลมเขียนกำกับเอาไว้ว่า PWR และ VOL

โดย PWR ย่อมาจาก POWER หรือ การเปิด-ปิดเครื่อง

ส่วน VOL ย่อมาจาก VOLUME หรือการเพิ่ม-ลดเสียง

 

โดยเราจะกดปุ่มนี้ค้างไว้ เพื่อเปิด หรือ ปิดเครื่อง

ส่วนการปรับเพิ่ม-ลดเสียง เราจะใช้หมุน โดยหมุนไปทางซ้ายเพื่อลดเสียงลง และหมุนไปทางขวาเพื่อเพิ่มเสียงขึ้น

 

 

ถัดมา ปุ่มที่สอง รูปสามเหลี่ยมพีรามิด คือ ปุ่ม Eject หรือปุ่มนำแผ่น CD / DVD ออกจากเครื่องนั่นเอง

ส่วนปุ่มที่สาม คือปุ่ม เล่น หรือหยุด (Play/Pause) เพลง

 

 

ถัดลงมา ปุ่มที่ 4 “MUTE” หรือที่ผมเคยรีวิวขำ ๆ ไว้ทุกครั้งว่าปุ่ม “หมูเต๊ะ” นั่นแหล่ะ ปุ่มนี้คือปุ่มเงียบเสียง เมื่อกดปุ๊ป เสียงจากวิทยุจะเงียบลงปั๊ป!!

 

ปุ่มสุดท้ายคือ ปุ่ม GPS หรือปุ่มเปิดระบบนำทางผ่านดาวเทียมนั่นเอง ซึ่งปุ่มนี้จะใช้ในการเปิดฟังค์ชั่น Picture in Picture อีกด้วย โดยผมจะรีวิวให้ดูในตอนถัด ๆ ไปเรื่องระบบนำทาง

 

 

ส่วนรูเล็ก ๆ ถัดลงมาที่เขียนไว้ว่า RST นั้น คือปุ่ม RESET ซึ่งเอาไว้กดเมื่อเครื่องแฮงค์ ทำงานต่อไม่ได้ เราก็จะเอาปากกาหรือไม้จิ้มฟันมาจิ้มไป 1 ที เพื่อรีเซ็ตเครื่องให้กลับมาทำงานได้ใหม่ โดยใน March Navi เครื่องเก่า ผมใช้ปุ่มนี้บ่อยมาก เพราะเครื่องแฮงค์ประจำ พอกดปุ๊ป ข้อมูลต่าง ๆ เช่น สถานีวิทยุเอย ความถี่ของทีวีเอย ที่เราอุตส่าห์พากเพียรนั่งจูนอยู่นมนาน ก็จะอันตรธานหายไป จนทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ต้องมาขวนขวายหาซื้อเครื่องรุ่นใหม่ในวันนี้นี่แหล่ะ

 

ถัดมามุมล่างซ้ายของเครื่อง เพื่อน ๆ จะเห็น 2 ช่องนี้

 

 

ช่องทางซ้ายคือ AUX สำหรับเอาไว้ต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงด้วยสาย AUX ซึ่งถ้าเคยอ่านรีวิวเรื่องเครื่องเสียงของผมมาก่อน ก็คงจะร้องอ๋อ แต่ถ้ายังไม่เคย และไม่เข้าใจ ก็ขอให้ทนเก็บความสงสัยไว้จนกว่าจะถึงตอน AUX ผมจะอธิบายและรีวิวการใช้งานจริงให้เพื่อน ๆ ทราบเองครับ

ส่วนด้านขวา คือ ช่องใส่ SD Card ที่เป็นโปรแกรม GPS นั่นหมายถึง เราสามารถแก้ไข เพิ่มเติมโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียมของเราได้ผ่าน SD Card ใบนี้แหล่ะ ส่วนวิธีการก็รอดูในรีวิวตอน GPS นะครับ

ถัดมาด้านขวาบ้าง

 

 

เริ่มที่ปุ่มบนสุด ปุ่มแรกก่อน มีตัวอักษรกำกับว่า TUNER และ ENTER

 

โดยการ TUNER จะใช้การหมุน ถ้าหมุนไปทางซ้ายคือถอยลง และหมุนไปทางขวาคือ เดินหน้า หรือเพิ่มขึ้น

ส่วนการ ENTER คือ การกดปุ่ม โดยใช้กดเมื่อได้ TUNER ตามค่าที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว

 

 

ปุ่มที่ 2 คือ ปุ่ม DVD หรือการกดเพื่อเข้าโหมดดูหนัง ฟังเพลงผ่านแผ่น CD หรือ DVD นั่นแหล่ะครับ

ปุ่มที่ 3 ถัดลงมา คือ AM/FM หรือการเข้าสู่โหมดฟังวิทยุ เลือกคลื่นความถี่ได้ตามใจชอบกันเลย ไม่ว่าจะฟังข่าว ฟังเพลง หรือฟังธรรมะ

ลงมาถึงปุ่มที่ 4 เขียนว่า SRC ย่อมาจาก SOURCE หรือ การกดเลือกโหมดต่าง ๆ โดยเมื่อเรากดปุ่มนี้ทีละครั้ง หน้าจอก็จะมีตัวอักษรขึ้นให้ดูทีละโหมดตั้งแต่

BT – AUX IN – CAMERA – RADIO – DISC – SD – USB – IPOD – NAVI – TV

ถ้าเราเล่นโหมดไหนก็หยุดกด โหมดนั้นก็จะทำงานทันที

 

และปุ่มสุดท้ายคือปุ่ม DIM ซึ่งแปลงตรงตัวว่า “สลัว” หรือ “ไม่สว่าง” ซึ่งปุ่มนี้ก็เอาไว้กดเพื่อเพิ่ม-ลดความสว่างของหน้าจอนั่นเองครับ โดยปรับได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งผมว่ามันสะดวกมากเลยนะ ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าหน้าจอให้ยุ่งยาก เวลาเราขับรถกลางคืน เราสามารถปรับหน้าจอให้ลดความสว่างได้เลยทันที จะได้ไม่แยงตาเรานั่นแหล่ะ

 

ทีนี้เรามาดู 2 ช่องด้านล่างขวากัน ว่ามันคือช่องอะไร

ช่องแรกทางซ้ายคือช่องใส่ SD Card ซึ่งเป็นช่องใส่การ์ดที่เอาไว้ฟังเพลง ดูรูป ดูหนังนั่นเองครับ แยกต่างหากจาก GPS Card เลย ซึ่ง SD Card ทั้ง 2 แผ่นนี้ เราไม่ต้องไปหาซื้อแต่อย่างใดนะครับ เพราะทางร้านได้แถมมาให้เราอยู่แล้ว

ส่วนช่องทางขวามือคือ หัวต่อ USB แบบเล็ก ซึ่งปกติเราต้องใช้สายแปลงอีกสายหนึ่งเพื่อแปลงให้เป็นหัวใหญ่แบบนี้

 

 

แต่ร้านไม่ได้ให้มา เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากร้านได้ต่อสาย USB หัวใหญ่ ไว้ให้ในเก๊ะเรียบร้อยแล้ว ตามที่รีวิวไว้ด้านบนนั่นเองครับ ซึ่งดีเสียอีกที่ไม่ต้องมีสายต่อให้เกะกะแต่อย่างใด

 

กล้องมองหลัง

 

ทางร้านมีกล้องถอยหลังติดตั้งให้ด้วยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งผมเองให้ร้านเดินสายให้ใหม่เท่านั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนกล้องแต่อย่างใด เพราะทางร้านได้ตรวจเช็คแล้ว ว่ากล้องเดิมผมสามารถใช้งานคู่กันได้ตามปกติ

 

 

ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย

 

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากติดตั้งสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง March GO ที่พวงมาลัยนั้น สามารถแจ้งทางร้านเพื่อติดตั้งได้เลยนะครับ โดยเพิ่มเงินอีกเพียง 2,600 บาทถ้วน ในรุ่น V และ VL

ส่วนรุ่น S E EL ต้องเพิ่มเงินอีก 4,100 บาท เพราะต้องเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ให้รองรับครับ

แต่ผมไม่ต้องเพิ่มเงินแต่อย่างใด เพราะติดตั้งมาก่อนหน้านี้แล้วตามรีวิวติดตั้ง “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” Nissan March

โดยทางร้านได้เสียบสายต่อเข้ากับ March GO ปุ๊ป ก็สามารถใช้งานได้ปั๊ปเลย

 

ในเวลากลางคืน เมื่อเราเปิดไฟรถ จะเห็นได้ว่าปุ่มที่ตัว March GO เองก็มีสีส้ม สีเดียวกับรถเลย ให้ความกลมกลืนและสวยงามครับ

 

ทีนี้เรามาเปิดเครื่องดูกันเลยดีกว่าครับ โดยใช้ปุ่มนี้

 

 

กดค้างไว้นิดนึงแล้วปล่อย

 

 

ก็จะมีโลโก้นิสสันขึ้นมา พร้อมแถบวิ่งแสดงการโหลด

 

 

จากนั้นก็จะมีประโยคบอกเล่าว่า “กำลังโหลดอยู่ รอนิดนึงนะ!!”

 

 

และหน้าจอก็จะเปิดโหมดการเล่นล่าสุดก่อนปิดเอาไว้ ซึ่งแสดงผลได้สวยงามมาก

 

 

ที่มุมบนขวาจะมีปุ่มลูกศรย้อนขึ้น ผมกด 1 ที เพื่อพาเพื่อน ๆ มาดูหน้าหลักของมัน

 

 

ไอคอนวางเรียงดูเรียบง่าย คล้าย ๆ iPad โดยมีจุดบอกจำนวนหน้าทั้งหมด และหน้าที่เราอยู่ด้วย

 

 

ซึ่งในภาพมี 2 จุด ผมจึงสไลด์จอมาดูอีกหน้า

 

 

ด้านล่างของจอมีบอกวันที่และเวลา ซึ่งทางร้านบอกว่า ไม่ต้องไปตั้งค่าอีกเลย เพราะเชื่อมกับดาวเทียม มีความแม่นยำสูงเท่ากองทัพเรือไทย

 

 

ถัดมาด้านขวามีแถบแสดงระดับเสียง

 

 

โดยเราสามารถใช้นิ้วลากเสียงไปทางซ้ายและขวาเพื่อลดหรือเพิ่มเสียงจากตรงนี้ได้เลย

 

 

เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพชัดเจนของจริง เรามาดูคลิป VDO แสดงการทำงานของเครื่อง March GO กันเลยดีกว่าครับ ว่าเป็นยังไง

 

ซึ่งในรีวิวตอนหน้า ผมจะพามาดูการตั้งค่าของเครื่องกันครับ

เข้าไปดูกันได้เลยครับกับ รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 2 : ตั้งค่า ตั้งเครื่อง เรื่องจิ๊บ ๆ

 

ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!! รายละเอียดคลิกได้เลยครับ

 
 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีใส่ชื่อตัวเองลงบนจอวิทยุ Nissan March

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 12-08-2011

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> วิธีใส่ชื่อตัวเองลงบนจอวิทยุ Nissan March

 
 



 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ThaiMarch.info Rss