รีวิว “ยางเงียบจัง” ผู้ช่วยลดเสียงดังใน Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 21-10-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

ก่อนหน้านี้ ผมเห็นเพื่อน ๆ หลายคนต่างพากันบ่นว่าน้อง March เราไม่เก็บเสียงเลย ขับเร็ว ๆ แล้วเสียงดังเข้ามาในห้องโดยสาร ไม่มีความสุขเท่าที่ควร

 

 

 

แต่ผมกลับไม่รู้สึก รู้สาเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะชอบเปิดเพลงทุกครั้งที่ขับรถ เลยไม่เคยได้ทำอะไรเกี่ยวกับรถในเรื่องนี้เลย ต่างกับเพื่อน ๆ ที่ใช้ Nissan March ท่านอื่นที่พากันไปแดมป์รถ หรือหาวิธีลดเสียงรบกวนเวลาขับรถกันในหลากหลายวิธี

 

 

จนเมื่อน้อง March ของผมวิ่งมาได้ครบ 2 ปี ผมก็รู้สึกว่า ยางขอบประตูหลังขวา มีอาการแปลก ๆ เวลาปิดประตูผิดจังหวะ เสียงจะดังเหมือนเหล็กกระทบกัน

 

 

ในระหว่างที่ผมคิดหาวิธีแก้ไขอยู่นั้น ผมก็เห็นร้านประดับยนต์ได้เปิดตัวขายสินค้าใหม่ “ยางเงียบจัง” สำหรับเปลี่ยนแทนยางขอบประตูเดิมทั้ง 4 บานพอดิบพอดี ผมจึงรีบไปที่ร้านทันที เพราะคิดว่านี่น่าจะเป็นทางแก้ไขปัญหาของผมได้

 

พอถึงร้าน เจ้าของร้านก็เดินมาเปิดประตูรถ เอามือดึงยางขอบประตูเดิมแบบไม่ได้ออกแรงอะไร ยางก็หลุดลุ่ยลงมาแบบนี้

 

 

ผมเห็นก็ตกใจ แต่เจ้าของร้านกลับอมยิ้ม ก่อนจะบอกว่า รถผมมีการตกแต่งที่ต้องถอดยางออกมาบ่อย ยางจึงเสื่อมสภาพเร็ว เลยหลุดออกมาง่ายดายแบบนี้ และเจ้าของร้านก็ชูยาง”เงียบจัง” ที่กำลังจะเปลี่ยนแทนขึ้นมาให้ดู

 

 

ลองเอายางเดิมด้านซ้ายมาเปรียบเทียบกับยางเงียบจังด้านขวาดู จะเห็นว่ายางเงียบจังมีขนาดหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

 

เจ้าของร้านเริ่มเอายางเงียบจังติดตั้งเข้าไปแทนยางขอบประตูเดิม

 

 

ไล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ

 

 

แล้วติดต่อเนื่องไปทางด้านขวา

 

 

ทำจนครบทั้ง 4 บาน ใช้เวลาไม่นาน ก็เสร็จเรียบร้อย

 

 

มองเผิน ๆ ดูหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

จากนั้นผมลองปิดประตูดูก็รู้สึกได้ว่า มันแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองดูจากคลิปก็ได้ครับ

 

 

เพียงแต่การปิดประตูที่ใช้ยางเงียบจังนั้น จะต้องออกแรงนิดหน่อย จะมาปิดเบา ๆ ชิลล์ ๆ นั้นไม่ได้ครับ เพราะประตูจะปิดได้ไม่สนิท ให้ออกแรงนิดหน่อย ก็จะสัมผัสได้ถึงความแน่นหนาในการปิดประตู

 

 

แน่นอนว่าปัญหาส่วนตัวของผมเรื่องประตูปิดแล้วมีเสียงเหล็กนั้น ได้รับการแก้ปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว แต่คุณสมบัติของยางเงียบจังไม่ได้มีแค่นี้ เพราะคุณสมบัติหลักของมันคือ การลดเสียงรบกวนเข้ามาภายในรถ

และเมื่อผมได้มาขับรถด้วยความเร็วบนท้องถนน แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเช่นเคย จนอดห่วงไม่ได้ว่าตัวเองหูดับตับไหม้ไปแล้วหรือยัง 55555+

 

 

ดังนั้น ผมจึงถามภรรยาแทนว่า มีความรู้สึกอย่างไรหลังใส่ยางเงียบจัง ซึ่งเธอก็ตอบว่า รู้สึกเงียบลงนะ เพราะก่อนหน้านี้เวลาได้ยินเสียงรถหวอ จะดังมาก แต่หลังใส่ยางเงียบจัง จะได้ยินเสียงหวอเบาลงอย่างรู้สึกได้
และแน่นอน มันเบาจนเธอมีความสุขกับการดูหนังซีรี่ย์เรื่องโปรดได้อย่างสบาย ๆ นั่นแหล่ะ

 

 

“ยางเงียบจัง” จึงเป็นของแต่งที่ผมรู้สึกได้ว่า คุ้มค่ากับการลงทุนเปลี่ยนจริง ๆ ครับ

 

รายละเอียดการติดตั้งยางเงียบจัง

– รอบคัน 4 ประตู 900 บาท

 


ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!!

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 26-08-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังได้รีวิว March GO วิทยุติดรถยนต์ใน Nissan March ไป 2 ตอนแล้วนั้น เพื่อน ๆ ได้ให้ความสนใจเข้ามาอ่าน และสอบถามถึงการติดตั้งเครื่องเสียงตัวนี้กันมามากมาย

 

 

ซึ่งจริง ๆ ผมจะชี้เป้าและบอกรายละเอียดในตอนจบของรีวิวอยู่แล้ว แต่ดูจากคำถามที่เข้ามามากมาย คาดว่าจะรอไม่ไหว

 

 

ประจวบเหมาะกับทางผู้จำหน่ายได้แจ้งข่าวดีมาให้ผมทราบคือ ทางร้านยินดีมอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 500 บาท ให้สำหรับ 10 ท่านแรก ที่เข้าไปติดตั้ง โดยให้แจ้งกับทางร้านว่า “อ่านรีวิวของคุณเบียร์ ThaiMarch.info” มา

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจจะติดตั้ง ให้ติดต่อไปที่

คุณคิม โทร 089-690-8517

 

ราคา March GO

– March GO พร้อมติดตั้งนอกสถานที่ 16,900 บาท
– March GO พร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย
รุ่น V, VL ปุ่มควบคุมพร้อม March GO รวมราคา 19,500 Baht
รุ่น E, EL, S ปุ่มควบคุมพร้อม March GO รวมราคา 21,000 Baht

 

 

ของแถมสำหรับ March GO
– เสาโทรทัศน์แบบอ่อน ออกแบบมาสำหรับติดตั้งภายในโดยเฉพาะ
– Micro SD Card 2 แผ่น หนึ่งแผ่นสำหรับ iGO9 Primo 1.2 อีกแผ่นสำหรับ MP3
– เสา GPS
– iGO 9.6 Primo version 2.0 พร้อมคู่มือการใช้งาน
– กล้องมองหลัง
– ติดตั้งถึงที่บ้านทุกที่ทั่วไทย

หรือดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.thaimarch.com/index.php?topic=25982.0

 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 1 : เปลี่ยน…สู่สิ่งที่ดีกว่า

Posted by Biere | Posted in Uncategorized, รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 23-08-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

หลังจากที่ผมเคยเติมเต็มความบันเทิงด้วย March Navi ไปแล้ว ตามรีวิว“เติมเต็มความบันเทิงด้วย March Navi” นั้น

ผมได้ใช้งานมาปีกว่า ก็ประสบพบเจอข้อจำกัดและปัญหาอยู่หลายข้อ อาทิเช่น

1. เครื่องแฮงค์บ่อย ต้อง restart ทำให้ข้อมูลที่เซฟหายไป ต้องมาคอยตั้งค่าใหม่
2. หน้าตาเวลาฟังเพลงจะเป็นจอสีฟ้า เริ่มรู้สึกเบื่อ
3. เวลาไปต่างจังหวัด ผมก็อยากจะเปิดจอ GPS เพื่อนำทาง แต่ภรรยาก็อยากดูหนังระหว่างการเดินทางไกล กลายเป็นว่าต้องแย่งกัน T_T
4. เสาทีวีในรถชอบหลุดลงมาห้อย

และด้วยการที่ผมกำลังเปลี่ยนแปลงหน้าตาเจ้าลัคกี้ หรือนิสสัน มาร์ชของผมใหม่ใน Project ที่ชื่อว่า Nissan March-R ผมจึงใช้โอกาสนี้มองหาวิทยุตัวใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาของผมให้หมดไป รวมทั้งทำให้รถผมมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ทั้งภายในและภายนอก

 

และผมก็มาเจอ March GO ที่โฆษณาคุณสมบัติที่น่าสนใจไว้ดังนี้

1. ดูทีวีชัดระดับ HD โดยไม่ต้องติดจานดาวเทียม หรือเสาอะไรให้วุ่นวาย
2. ดู Youtube ผ่านจอในรถได้
3. ดู Google Map ผ่านจอในรถได้ และนำทางได้ด้วย
4. ไม่ต้องตั้งนาฬิกา เพราะใช้เวลาผ่านดาวเทียมเหมือนกองทัพเรือไทย
5. รองรับ SD Card ถึง 256 GB
6. เมนูภาษาไทยสมบูรณ์แบบ
7. ได้โปรแกรม IGO 9 Primo ฟรี!
8. มีฟังค์ชั่น Picture in Picture สามารถดูทีวี / ดูหนังไปด้วยระหว่างใช้งาน GPS โดยจะมีจอเล็ก ๆ ซ้อนขึ้นมา
9. รองรับสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัยได้
10. รับประกันนานถึง 3 ปี (มีค่าประกันเพิ่ม)

เมื่อได้อ่านและดูวีดีโอที่เจ้าของร้านทำมา ก็รู้สึกว่า “โดน” เพราะเหมือนจะตอบโจทย์ความต้องการของผมได้ ผมจึงโทรนัดหมายติดตั้งกับทางร้านทันที

 

 

เสาทีวีของเก่าถอดออกไป เพราะชอบห้อยตกลงมาเหลือเกิน

 

 

แล้วติดตั้งเสาอากาศแบบอ่อนเข้าไปแทน ซึ่งเสาอากาศแบบนี้ทางร้านบอกราคาแพงกว่าเสาเดิมถึง 3 เท่า เพราะมีน้ำหนักเบา สวยงาม เข้ารูป ไม่มีการตกลงมาห้อยเหมือนเสาเดิมแน่นอน ซึ่งเสาเดิมที่ชอบตกลงมาห้อยนั้น อาจจะทำให้ดึงฟิล์มรถยนต์เราลงมาเสียหายด้วย

 

 

โดยเสายาวจะวางขวางยาวไปทั้งทางซ้าย

 

 

และทางขวา

 

 

และเมื่อเราเปิดวิทยุ จะมีไฟสีแดงขึ้นมาที่เสาให้เรารู้ด้วย

 

 

จากนั้นทางร้านจะติดตั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมให้ แต่ด้วยเพราะผมมีกล่องนี้อยู่แล้วจากตัวเดิม และทางร้านได้ทดสอบแล้ว ว่าใช้งานได้ปกติ จึงไม่ต้องเปลี่ยนแต่อย่างใด

 

 

หัวต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทางร้านต่อออกจากวิทยุ แล้วเดินสายเก็บเอาไว้ให้ในเก๊ะ

 

 

สองสายแรกจะสั้นเท่ากัน โดยหัวสีดำคือ สายต่อ USB ซึ่งสามารถเอา USB Drive มาเสียบได้เลย ไม่ต้องมีสายต่อเพิ่มเหมือนเครื่องเก่าแต่อย่างใด

 

 

ส่วนหัวสีขาวอีกหัวคือ สายต่อ iPod หรือ iPhone ซึ่งสามารถนำ iPod หรือ iPhone มาเสียบเพื่อฟังเพลงในเครื่องได้เลย แถมยังชาร์ตแบตเข้า iPod และ iPhone ได้อีกต่างหาก

 

 

ส่วนหัวสีขาวอีกหัวจะสังเกตว่า เหมือนกับหัวสีขาวที่ไว้ต่อ iPod แต่สายมีความยาวมากกว่า สายนี้เป็นสายที่เอาไว้ต่ออุปกรณ์ของ Apple อย่าง iPhone และ iPad เพื่อไว้ดู youtube , VDO หรือ ทีวีผ่านจอของรถนั่นเอง

 

ซึ่งสายนี้ เราต้องซื้อเพิ่มนะครับอีก 1,500 บาทถ้วน ถ้าเพื่อน ๆ ไม่มีอุปกรณ์ของ Apple ใช้ ก็คงไม่จำเป็น แต่ถ้ามี ก็แนะนำให้ซื้อเพิ่ม เพราะตรงนี้แหล่ะ คือทีเด็ดที่ทำให้วิทยุตัวนี้ “คุ้มค่า” ขึ้นอีกมาก

 

แม้จริง ๆ แล้ว March GO นั้นมีหน้าตาดูคล้าย March Navi ของเดิมมากจนแทบแยกไม่ออก

 

 

แต่พอสังเกตดี ๆ ถึงรู้ว่าปุ่มต่าง ๆ เปลี่ยนไป รวมถึงหน้าตาและลูกเล่นภายในอีกด้วย

ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน มาดูกันเลยดีกว่าครับ

 

 

ปุ่มด้านซ้าย

 

ปุ่มแรกสุดจะเป็นวงกลมเขียนกำกับเอาไว้ว่า PWR และ VOL

โดย PWR ย่อมาจาก POWER หรือ การเปิด-ปิดเครื่อง

ส่วน VOL ย่อมาจาก VOLUME หรือการเพิ่ม-ลดเสียง

 

โดยเราจะกดปุ่มนี้ค้างไว้ เพื่อเปิด หรือ ปิดเครื่อง

ส่วนการปรับเพิ่ม-ลดเสียง เราจะใช้หมุน โดยหมุนไปทางซ้ายเพื่อลดเสียงลง และหมุนไปทางขวาเพื่อเพิ่มเสียงขึ้น

 

 

ถัดมา ปุ่มที่สอง รูปสามเหลี่ยมพีรามิด คือ ปุ่ม Eject หรือปุ่มนำแผ่น CD / DVD ออกจากเครื่องนั่นเอง

ส่วนปุ่มที่สาม คือปุ่ม เล่น หรือหยุด (Play/Pause) เพลง

 

 

ถัดลงมา ปุ่มที่ 4 “MUTE” หรือที่ผมเคยรีวิวขำ ๆ ไว้ทุกครั้งว่าปุ่ม “หมูเต๊ะ” นั่นแหล่ะ ปุ่มนี้คือปุ่มเงียบเสียง เมื่อกดปุ๊ป เสียงจากวิทยุจะเงียบลงปั๊ป!!

 

ปุ่มสุดท้ายคือ ปุ่ม GPS หรือปุ่มเปิดระบบนำทางผ่านดาวเทียมนั่นเอง ซึ่งปุ่มนี้จะใช้ในการเปิดฟังค์ชั่น Picture in Picture อีกด้วย โดยผมจะรีวิวให้ดูในตอนถัด ๆ ไปเรื่องระบบนำทาง

 

 

ส่วนรูเล็ก ๆ ถัดลงมาที่เขียนไว้ว่า RST นั้น คือปุ่ม RESET ซึ่งเอาไว้กดเมื่อเครื่องแฮงค์ ทำงานต่อไม่ได้ เราก็จะเอาปากกาหรือไม้จิ้มฟันมาจิ้มไป 1 ที เพื่อรีเซ็ตเครื่องให้กลับมาทำงานได้ใหม่ โดยใน March Navi เครื่องเก่า ผมใช้ปุ่มนี้บ่อยมาก เพราะเครื่องแฮงค์ประจำ พอกดปุ๊ป ข้อมูลต่าง ๆ เช่น สถานีวิทยุเอย ความถี่ของทีวีเอย ที่เราอุตส่าห์พากเพียรนั่งจูนอยู่นมนาน ก็จะอันตรธานหายไป จนทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ต้องมาขวนขวายหาซื้อเครื่องรุ่นใหม่ในวันนี้นี่แหล่ะ

 

ถัดมามุมล่างซ้ายของเครื่อง เพื่อน ๆ จะเห็น 2 ช่องนี้

 

 

ช่องทางซ้ายคือ AUX สำหรับเอาไว้ต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงด้วยสาย AUX ซึ่งถ้าเคยอ่านรีวิวเรื่องเครื่องเสียงของผมมาก่อน ก็คงจะร้องอ๋อ แต่ถ้ายังไม่เคย และไม่เข้าใจ ก็ขอให้ทนเก็บความสงสัยไว้จนกว่าจะถึงตอน AUX ผมจะอธิบายและรีวิวการใช้งานจริงให้เพื่อน ๆ ทราบเองครับ

ส่วนด้านขวา คือ ช่องใส่ SD Card ที่เป็นโปรแกรม GPS นั่นหมายถึง เราสามารถแก้ไข เพิ่มเติมโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียมของเราได้ผ่าน SD Card ใบนี้แหล่ะ ส่วนวิธีการก็รอดูในรีวิวตอน GPS นะครับ

ถัดมาด้านขวาบ้าง

 

 

เริ่มที่ปุ่มบนสุด ปุ่มแรกก่อน มีตัวอักษรกำกับว่า TUNER และ ENTER

 

โดยการ TUNER จะใช้การหมุน ถ้าหมุนไปทางซ้ายคือถอยลง และหมุนไปทางขวาคือ เดินหน้า หรือเพิ่มขึ้น

ส่วนการ ENTER คือ การกดปุ่ม โดยใช้กดเมื่อได้ TUNER ตามค่าที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว

 

 

ปุ่มที่ 2 คือ ปุ่ม DVD หรือการกดเพื่อเข้าโหมดดูหนัง ฟังเพลงผ่านแผ่น CD หรือ DVD นั่นแหล่ะครับ

ปุ่มที่ 3 ถัดลงมา คือ AM/FM หรือการเข้าสู่โหมดฟังวิทยุ เลือกคลื่นความถี่ได้ตามใจชอบกันเลย ไม่ว่าจะฟังข่าว ฟังเพลง หรือฟังธรรมะ

ลงมาถึงปุ่มที่ 4 เขียนว่า SRC ย่อมาจาก SOURCE หรือ การกดเลือกโหมดต่าง ๆ โดยเมื่อเรากดปุ่มนี้ทีละครั้ง หน้าจอก็จะมีตัวอักษรขึ้นให้ดูทีละโหมดตั้งแต่

BT – AUX IN – CAMERA – RADIO – DISC – SD – USB – IPOD – NAVI – TV

ถ้าเราเล่นโหมดไหนก็หยุดกด โหมดนั้นก็จะทำงานทันที

 

และปุ่มสุดท้ายคือปุ่ม DIM ซึ่งแปลงตรงตัวว่า “สลัว” หรือ “ไม่สว่าง” ซึ่งปุ่มนี้ก็เอาไว้กดเพื่อเพิ่ม-ลดความสว่างของหน้าจอนั่นเองครับ โดยปรับได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งผมว่ามันสะดวกมากเลยนะ ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าหน้าจอให้ยุ่งยาก เวลาเราขับรถกลางคืน เราสามารถปรับหน้าจอให้ลดความสว่างได้เลยทันที จะได้ไม่แยงตาเรานั่นแหล่ะ

 

ทีนี้เรามาดู 2 ช่องด้านล่างขวากัน ว่ามันคือช่องอะไร

ช่องแรกทางซ้ายคือช่องใส่ SD Card ซึ่งเป็นช่องใส่การ์ดที่เอาไว้ฟังเพลง ดูรูป ดูหนังนั่นเองครับ แยกต่างหากจาก GPS Card เลย ซึ่ง SD Card ทั้ง 2 แผ่นนี้ เราไม่ต้องไปหาซื้อแต่อย่างใดนะครับ เพราะทางร้านได้แถมมาให้เราอยู่แล้ว

ส่วนช่องทางขวามือคือ หัวต่อ USB แบบเล็ก ซึ่งปกติเราต้องใช้สายแปลงอีกสายหนึ่งเพื่อแปลงให้เป็นหัวใหญ่แบบนี้

 

 

แต่ร้านไม่ได้ให้มา เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากร้านได้ต่อสาย USB หัวใหญ่ ไว้ให้ในเก๊ะเรียบร้อยแล้ว ตามที่รีวิวไว้ด้านบนนั่นเองครับ ซึ่งดีเสียอีกที่ไม่ต้องมีสายต่อให้เกะกะแต่อย่างใด

 

กล้องมองหลัง

 

ทางร้านมีกล้องถอยหลังติดตั้งให้ด้วยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งผมเองให้ร้านเดินสายให้ใหม่เท่านั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนกล้องแต่อย่างใด เพราะทางร้านได้ตรวจเช็คแล้ว ว่ากล้องเดิมผมสามารถใช้งานคู่กันได้ตามปกติ

 

 

ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย

 

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากติดตั้งสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง March GO ที่พวงมาลัยนั้น สามารถแจ้งทางร้านเพื่อติดตั้งได้เลยนะครับ โดยเพิ่มเงินอีกเพียง 2,600 บาทถ้วน ในรุ่น V และ VL

ส่วนรุ่น S E EL ต้องเพิ่มเงินอีก 4,100 บาท เพราะต้องเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ให้รองรับครับ

แต่ผมไม่ต้องเพิ่มเงินแต่อย่างใด เพราะติดตั้งมาก่อนหน้านี้แล้วตามรีวิวติดตั้ง “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” Nissan March

โดยทางร้านได้เสียบสายต่อเข้ากับ March GO ปุ๊ป ก็สามารถใช้งานได้ปั๊ปเลย

 

ในเวลากลางคืน เมื่อเราเปิดไฟรถ จะเห็นได้ว่าปุ่มที่ตัว March GO เองก็มีสีส้ม สีเดียวกับรถเลย ให้ความกลมกลืนและสวยงามครับ

 

ทีนี้เรามาเปิดเครื่องดูกันเลยดีกว่าครับ โดยใช้ปุ่มนี้

 

 

กดค้างไว้นิดนึงแล้วปล่อย

 

 

ก็จะมีโลโก้นิสสันขึ้นมา พร้อมแถบวิ่งแสดงการโหลด

 

 

จากนั้นก็จะมีประโยคบอกเล่าว่า “กำลังโหลดอยู่ รอนิดนึงนะ!!”

 

 

และหน้าจอก็จะเปิดโหมดการเล่นล่าสุดก่อนปิดเอาไว้ ซึ่งแสดงผลได้สวยงามมาก

 

 

ที่มุมบนขวาจะมีปุ่มลูกศรย้อนขึ้น ผมกด 1 ที เพื่อพาเพื่อน ๆ มาดูหน้าหลักของมัน

 

 

ไอคอนวางเรียงดูเรียบง่าย คล้าย ๆ iPad โดยมีจุดบอกจำนวนหน้าทั้งหมด และหน้าที่เราอยู่ด้วย

 

 

ซึ่งในภาพมี 2 จุด ผมจึงสไลด์จอมาดูอีกหน้า

 

 

ด้านล่างของจอมีบอกวันที่และเวลา ซึ่งทางร้านบอกว่า ไม่ต้องไปตั้งค่าอีกเลย เพราะเชื่อมกับดาวเทียม มีความแม่นยำสูงเท่ากองทัพเรือไทย

 

 

ถัดมาด้านขวามีแถบแสดงระดับเสียง

 

 

โดยเราสามารถใช้นิ้วลากเสียงไปทางซ้ายและขวาเพื่อลดหรือเพิ่มเสียงจากตรงนี้ได้เลย

 

 

เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพชัดเจนของจริง เรามาดูคลิป VDO แสดงการทำงานของเครื่อง March GO กันเลยดีกว่าครับ ว่าเป็นยังไง

 

ซึ่งในรีวิวตอนหน้า ผมจะพามาดูการตั้งค่าของเครื่องกันครับ

เข้าไปดูกันได้เลยครับกับ รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 2 : ตั้งค่า ตั้งเครื่อง เรื่องจิ๊บ ๆ

 

ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!! รายละเอียดคลิกได้เลยครับ

 
 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

Thai March Club ออกรายการ XO Show ช่อง Grand Prix Channel

Posted by Biere | Posted in Thai March Club | Posted on 28-01-2012

สวัสดีครับ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2011 ผมได้พาสาว ๆ ชาว Thai March Club อีก 4 ท่านไปถ่ายรายการ XO Show ที่สตูดิโอของ Grand Prix Channel ย่านลาดปลาเค้า โดยได้รับเกียรติประเดิมออกเป็นเทปแรกของรายการนี้เลยทีเดียวครับ

ในวันนั้น ยังมีเพื่อน ๆ สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งก็ไปให้กำลังใจกันถึงสตูดิโอด้วยนะครับ

และจบรายการ ทางคลับเรายังได้รถโมเดลสีชมพูแสนหวานมาอีก 1 คัน จากการเล่นเกมส์ตอบคำถามได้ถูกหมดทุกข้อ

 

ส่วนความสนุกในรายการจะเป็นยังไง ลองมาดูได้จากทั้ง 2 คลิปนี้ครับ ไปชมกันเลย

ดูจบแล้ว มีความคิดเห็นใด ๆ ใส่ได้ที่ด้านล่างเลยนะครับ

ขอบคุณครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เปลี่ยนสีเรือนไมล์” Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 05-10-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ เคยเป็นกันไหมครับ? กับอาการ“เบื่อ”อะไรเดิม ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งแน่นอน ถ้าเพื่อน ๆ อ่านอยู่ ณ บรรทัดนี้ ผมก็เชื่อว่า เพื่อน ๆ น่าจะมีความขี้“เบื่อ” อยู่พอสมควร ไม่งั้น คงไม่หาอะไรใหม่ ๆ จากในรีวิวผมแน่ ๆ

เพราะการแต่งรถ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งเดิม ๆ ที่มีในรถ ไปสู่สิ่งใหม่ที่หัวใจเราชอบนั่นเองครับ

และแน่นอน หลังจากผมขับเจ้า March มาเกือบ 15 เดือน ใช้ชีวิตบนถนนไปกับเจ้า Lucky สีส้มคันเก่งกว่า 40,000 กิโล ผมก็เกิดอาการเบื่อสี “เรือนไมล์” ของเจ้า March ขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

 

ในส่วนสีส้มทั้งหลาย ทั้งจออัจฉริยะและจอบอกระยะทางด้านขวา ผมก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ในส่วนสีขาว แม้จะดูสบายตา แต่คิดไป คิดมา ถ้าได้เติมสีสันสดใสเข้าไปแทนที่ ก็น่าจะช่วยให้ การขับรถในยามค่ำคืนของผม มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นอีกมิใช่น้อย

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรีบขับเจ้า March วิ่งไปร้านประดับยนต์ เพื่อทำการเปลี่ยนสีเรือนไมล์ใหม่ทันที!!

โดยเจ้าของร้านประดับยนต์บอกว่า ในส่วนวัดรอบ และวัดความเร็วที่เป็นสีขาว สามารถเปลี่ยนสีได้“ตามสั่ง” ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเลย ว่าจะให้ตรงไหนเป็นสีอะไร ก็สามารถ “สั่งได้”

ที่สำคัญ สีทั้งหมดที่เปลี่ยนไป ถ้าเกิดเบื่อ ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้อีกตลอดเวลา หรือจะกลับมาใช้มาตรฐานเดิมของรถ คือ สีขาว ก็สามารถเปลี่ยนกลับได้ทันที

ผมถามเจ้าของร้านเพิ่มว่า นอกจากตัวเลขในวัดรอบและวัดความเร็วที่เป็นสีขาวแล้ว ถ้าสมมติผมจะเปลี่ยนสีของจออัจฉริยะ และจอเล็ก ๆ ด้านขวาจากสีส้ม เป็นสีอื่น จะทำด้วยได้ไหม?

 

 

เจ้าของร้านบอกว่า จริง ๆ ก็เปลี่ยนสีได้ แต่ไม่รับทำครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับวงจรของหน้าปัทม์ ซึ่งเจ้าของร้านไม่อยากเข้าไปยุ่งนั่นเอง

เมื่อได้ฟังดังนี้ ผมถือว่าเป็นวิธีการแต่งรถที่ดีครับ เพราะไม่ทำให้เสียรถ เนื่องจากเราสามารถเปลี่ยนสีใหม่ หรือเปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิมได้ตลอดเวลา

และด้วยการที่เราสามารถเลือกสีไหนใส่เลขไหน ขีดไหนก็ได้ ผมเลยขอเวลานั่งดีไซน์สีให้เรือนไมล์ตัวเองสักพัก ก่อนตัดสินใจทำ

จนเมื่อ 15 นาทีผ่านไป ผมก็ยังตัดสินใจจัดสีใหม่ไม่ได้ เพราะแบบนั้นก็สวย แบบนี้ก็สวย  เจ้าของร้านจึงแนะนำว่า ให้ลองเล่นระดับสีดูด้วยการแบ่งโซนตามระดับความเร็วรอบ และความเร็วรถ ออกเป็นช่วง ๆ แทน

เพราะนอกจากจะสดใสสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ในการควบคุมความเร็วได้อีกด้วย เช่น สีนี้เป็นโซน Eco ขับแล้วจะประหยัดน้ำมัน ส่วนสีถัดไปเป็นโซนสปอร์ต หรือโซนซิ่ง เป็นต้น

ซึ่งผมก็เห็นประโยชน์ของการเปลี่ยนสีเรือนไมล์เพิ่มก็ตรงนี้ จึงตัดสินใจสั่งเปลี่ยนสีทันที โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที สีเรือนไมล์ของผมก็กลายเป็นแบบนี้

 

 

มาดูในส่วนวัดรอบ จะพบว่า สีได้เปลี่ยนไปดังนี้
1. ตัวเลข 1 – 3 เป็นสีเหลือง ซึ่งถือเป็นรอบเครื่องยนต์ในการขับขี่ปกติ
2. ตัวเลข 4 – 6 เป็นสีส้ม ถือเป็นรอบเครื่องยนต์ในการเร่งแซง และขับขี่ด้วยความเร็วสูง
3. ตัวเลข 7 – 8 เป็นสีแดง จัดให้เป็นสีเดียวกับแถบพื้นหลังหรือ Red Line นั่นเอง ถือเป็นรอบเครื่องยนต์ที่สูงเกินไป
4. เปลี่ยนสีขีดบอกตัวเลขหลัก ๆ (1 2 3 4….) ให้เป็นสีน้ำเงิน ส่วนสีขีดย่ิอย ยังคงสีเดิมไว้ คือ สีขาว เพื่อความชัดเจนในการดูระดับรอบ
5. เปลี่ยนสีตัวอักษร “x1000r/min) ให้เป็นสีน้ำเงิน เข้ากับสีขีดหลัก

 

 

 

และในส่วนวัดความเร็ว ก็ใช้แนวคิดเดียวกันกับสีวัดรอบเป๊ะเลยครับ เพื่อให้ดูเข้ากันนั่นเอง

เพียงแต่ผมได้เปลี่ยนสีขอบนอกรูปครึ่งวงกลมจากสีขาว เป็นสีส้มเพิ่มครับ

ลองมาดูภาพเต็มกันครับ

 

 

หลังจากเปลี่ยนสีเสร็จเรียบร้อย ผมก็ขับรถออกจากร้านประดับยนต์มาในช่วงหัวค่ำพอดี ซึ่งผมรู้สึกว่า การขับรถมีชีวิต ชีวาเพิ่มขึ้นจริง ๆ ครับกับสีสันสดใสที่ใส่เข้ามา ดูสวยขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ

ที่สำคัญ เมื่อมีโอกาสได้เร่งความเร็วมากขึ้นบนทางด่วน การจัดสีไมล์ สามารถควบคุมการขับขี่ของผมได้อย่างดี ไม่ว่าจะขับแบบ Eco Drive เพื่อประหยัดน้ำมัน หรือจะขับด้วยความเร็วสูงก็ตาม ผมไม่ต้องก้มลงมามองไมล์มากนัก เพราะด้วยการใช้สายตาแวบมองเพียงนิดเดียว ก็ช่วยให้ผมรู้ตัวเองดีว่า ความเร็วขณะนั้นอยู่ในโซนสีอะไร ประหยัดน้ำมันดีไหม? หรือ เริ่มขับรถเร็วไปไหม?

 

และเมื่อผมได้เปิดโปรแกรมนำทางในรถไปด้วยนั้น ก็ยิ่งทำให้ถูกใจ เพราะสีสันมันเข้ากันได้ดีจริง ๆ ครับ

 

 

ก็นับว่าเป็นของแต่งที่คุ้มค่า คุ้มราคา อีก 1 ชิ้นที่อยากแนะนำครับ

 

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่อ่านจบครับ มีความคิดเห็นใด ๆ สามารถโพสต์แสดงความคิดเห็นได้ด้านล่างเลยครับ

 

รายละเอียดการเปลี่ยนสีเรือนไมล์รถ
– ราคา 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนสี
– เวลาติดตั้ง 30 นาที

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว เติมความสว่างภายใน Nissan March ด้วย “ไฟสัมภาระหลัง + ไฟห้องโดยสาร”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 04-10-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถ Nissan March ทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่น S จนถึง รุ่น VL จะพบว่า ในยามค่ำคืน ภายในรถของเราจะมืดเอามาก ๆ โดยเฉพาะห้องโดยสารด้านหลัง และที่เก็บสัมภาระหลังรถ

ซึ่งสาเหตุก็มาจาก Nissan ไม่ได้ให้ไฟสัมภาระหลังมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงไฟในห้องโดยสาร ก็ดันไปอยู่ด้านหน้า บริเวณเดียวกับไฟส่องแผนที่ซะงั้น

 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องกำจัดจุดอ่อน ไปทีละจุดครับ เพื่อจะได้ใช้รถได้สะดวกในยามค่ำคืน

 

 

ไฟสัมภาระหลัง

ก่อนหน้านี้ผมได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการซื้อไฟ LED แบบตีนตุ๊กแกของ Osram มาติดไปก่อน เพราะไม่ต้องการจะไปยุ่งเกี่ยวกับระบบไฟของรถมากนักในช่วงแรก

 

 

 

จนขับรถมาได้หลายเดือน เริ่มมั่นใจในระบบไฟมากขึ้น และยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว จึงตัดสินใจที่จะติดไฟสัมภาระด้านหลังสักที

และงานนี้ดันโชคดีที่อยู่ ๆ ก็ได้รับรางวัลติดตั้งไฟสัมภาระหลังแบบ LED ฟรีในงาน Meeting ครบรอบ 1 ปีของ March Club จากร้านหนิง ออโต้

หลังงานก็เลยได้นัดหมายติดตั้งกันไปตามระเบียบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ จากราคาปกติที่ 499 บาท

 

 

 

ดูกันชัด ๆ ครับ สว่างมากมาย

 

 

ซึ่งนับว่าสะดวกสบายและสว่างมากมายครับ เพราะเมื่อเปิดประตูหลังปุ๊ป ไฟก็ติดปั๊ป ทำให้การใช้งานห้องสัมภาระด้านหลังเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น

และหลังจากติดตั้ง ผมได้ทดสอบการใช้งานมาครึ่งปีแล้ว ก็ยังไม่มีปัญหาใด ๆ กับระบบไฟครับ

 

 

ไฟห้องโดยสารด้านหลัง

เมื่อแก้ปัญหาห้องสัมภาระหลังได้แล้ว ผมก็มาดูจุดอ่อนต่อมา นั่นคือ ความมืดมิดของเบาะหลัง

ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ได้ไอเดียจากเพื่อนสมาชิกในคลับมาหลายคน ไม่ว่าจะติด LED เรียงเป็นแถวตรงเบาะหลังทั้ง 2 ด้าน หรือบางคนก็ติดแค่ไฟส่องพื้นสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

แต่ดูแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ผมเท่าไหร่นัก

 

บังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปเห็นน้อง March สีเขียวของคุณหนิงพอดิบพอดี กับการติดตั้งไฟห้องโดยสารด้านหลังในรูปแบบเดียวกับ ด้านหน้า คือ มีไฟ 3 ระดับให้เลือก

1. ออโต = สว่างเมื่อเปิดประตู
2. เปิด = เปิดไฟตลอดเวลา
3. ปิด = ปิดไฟตลอดเวลา

 

 

แม้จะมีแบบทรงกลมเพียงทรงเดียวให้เลือก แต่เห็นแล้วก็ถูกใจยิ่งนัก เพราะเราสามารถควบคุมได้หมด จะเปิด จะปิด หรือจะให้ออโตตอนเปิดประตู แบบนี้แหล่ะ“ใช่เลย โดนใจฉันเลย”

ก็เลยตัดสินใจให้คุณหนิงติดตั้งไฟห้องโดยสารแบบนี้ให้ทันที

 

 

 

และนอกจากจะมีไฟ LED ตรงกลางแล้ว ยังมี LED เรียงรายล้อมรอบตามขอบนอกอยู่ด้วย

 

 

 

และเมื่อลองเปิดประตูรถปุ๊ป ไฟก็สว่างปั๊ป

 

 

 

และในเมื่อด้านหลังสว่างแล้ว ผมก็ขอให้คุณหนิงเปลี่ยนหลอดไฟผู้โดยสารด้านหน้า และไฟส่องแผนที่ให้เป็น LED สีขาวไปด้วย จะได้สว่างมากขึ้น

 

 

 

และที่สำคัญ จะได้สีเดียวกันทั้งคันรถ

 

 

แบบนี้เลย

 

 

 

ซึ่งผลสรุปออกมาเป็นที่พอใจของผมและภรรยามากครับ การใช้งานรถในยามค่ำคืนนั้น สะดวกโยธินมากขึ้น จะหาของก็สบาย ๆ ไม่ต้องใช้ไฟฉายอีกต่อไป

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนจบครับ มีข้อเสนอแนะใด ๆ หรือต้องการสอบถาม ทิ้งคำถามไว้ด้านล่างได้เลยครับ

รายละเอียดการติดตั้งไฟ
1. ไฟสัมภาระหลัง ราคา 499 บาท
2. ไฟห้องโดยสารด้านหลัง ราคา 900 บาท
3. เปลี่ยนหลอดไฟห้องโดยสารด้านหน้าและไฟส่องแผนที่เป็น LED ทั้ง 3 ดวง ราคา 300 บาท

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ท้าวแขนเบาะหน้า” Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 03-10-2011

สวัสดีครับ

อย่างที่ทราบกันดีครับว่า Nissan March นั้นไม่มีที่วางแขนตรงกลางของเบาะหน้าระหว่างคนขับกับผู้โดยสารมาให้ ซึ่งหลายคนก็รู้สึกเสียดาย และอยากให้มีท้าวแขนเพื่อลดความเมื่อยล้าในการขับรถระยะไกล

ก่อนหน้านี้ ผมเห็นร้านประดับยนต์หลายร้านทยอยนำเข้ามาจำหน่ายให้เพื่อนสมาชิกในช่วงราคาประมาณ 1,500 บาท +-

โดยการติดตั้งนั้น ทำได้ไม่ยาก แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ คือ ต้องแลกกับพื้นที่วางแก้วตรงกลางสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง!!

 

ซึ่งจะว่าไปก็เข้า concept เหมือน March Navi ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ คือ “ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง เลือกทางสักทาง ได้ไหม?”

แต่ด้วยความจำเป็นในการใช้ที่วางแก้วน้ำด้านหลังของผมยังมีมากพอ เกินกว่าที่ท้าวแขนจะเข้ามาแทนที่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมเป็นคนดื่มน้ำเก่ง ที่วางแก้วและขวดน้ำทั้ง 5 ตำแหน่งที่ Nissan จัดมาให้ จึงเต็มอยู่ตลอดเวลา และผู้โดยสารด้านหลังที่ใช้บริการโดยสารรถผมบ่อย ๆ อย่างคนในครอบครัวก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกันเลย

ผมจึงล้มเลิกโครงการติดตั้งของแต่งชิ้นนี้ไปโดยปริยาย

——————–

 

จนเมื่อ ร้านประดับยนต์ร้านหนึ่งได้นำท้าวแขนเข้ามาจำหน่ายในราคาเพียง 1,000 บาทถ้วน

ด้วยราคาที่ค่อนข้างยั่วยวนใจไม่ใช่น้อย ทำให้ผมกลับมาสนใจเจ้า“ท้าวแขน” ชิ้นนี้อีกครั้ง

แม้ภายในใจยังรู้สึกขัด ๆ อยู่เช่นเคยกับการต้องสูญเสียที่วางแก้วน้ำด้านหลัง

แต่ด้วยความอยากได้ เริ่มมีมากขึ้น เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่ว่า ท้าวแขนนี้ สามารถเปิดเพื่อเก็บของได้ และที่สำคัญ ในการติดตั้งท้าวแขน สามารถเลือกได้ว่า จะเจาะรูยึดถาวรไปเลย หรือจะไม่เจาะรูยึดก็ได้ ใช้วางครอบลงไปเลยก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน

เมื่อรู้ดังนี้ ผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อท้าวแขนชิ้นนี้ ทันที!!

 

 

 

โดยการติดตั้งครั้งนี้ ผมเลือกการติดตั้งแบบไม่เจาะยึด เพื่อไม่ให้เสียรถ และสามารถเอาออกได้ เมื่อต้องใช้ที่วางแก้วน้ำ

 

โดยที่ร้านจับประกอบเป็นท้าวแขนสำเร็จรูปให้แบบนี้

 

 

 

เมื่อจับพลิกมาดูจะพบแท่นยาว ๆ มีรู ซึ่งถ้าเราจะเจาะยึดให้แน่นหนา ก็เจาะผ่านรูทั้ง 4 นี่แหล่ะครับ

 

 

แต่ในเมื่อผมไม่ต้องเจาะรูยึด ผมก็นำมันครอบลงไปเลย โดยให้แท่นยาว ๆ เสียบเข้าไปที่ช่องวางแก้วน้ำด้านหลังแบบนี้

 

 

 

เมื่อเอามือกดปุ่มปลดล็อคระดับ ก็จะวางได้เป็นแบบนี้

 

 

 

เดินมาดูด้านหน้ากันครับ จะพบว่า มันเข้ากันได้ดีกับโทนสีเดิมของภายในรถ March เดี๊ยะเลย

 

 

 

ดูจากด้านบนในส่วนที่วางแขน วัสดุจะเป็นหนังครับ

 

 

เมื่อซูมดูชัด ๆ จะพบสลักปลดล็อคอยู่ 2 อัน บนกับล่าง

 

 

 

เริ่มต้นที่สลักด้านบน ผมใช้มือเปิดดูด้วยการงัดขึ้นเพื่อปลดล็อค

 

 

ซึ่งก็คือการเปิดฝาเพื่อเก็บของนั่นเอง

 

 

 

วัสดุภายในช่องเก็บของถูกหุ้มด้วยสักกะหลาดนิ่ม ๆ จึงมั่นใจได้ว่า ของที่วางลงไปจะไม่เลื่อนไหล ย้ายไปก็ย้ายมา จนเกิดเสียงกระแทกให้รำคาญหู

 

 

 

และดูขนาดแล้ว จุได้ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย แต่จะมาก-น้อยแค่ไหน ต้องพิสูจน์

เริ่มง่าย ๆ ด้วยของใกล้ตัว คว้าโทรศัพท์มือถือของพนักงานในบริษัทมา 4 เครื่อง ประกอบด้วยค่าย apple 2 เครื่อง และค่าย nokia 2 เครื่อง

 

 

 

ลองวางลงไปดูสิ

 

 

รู้สึกยังมีพื้นที่เหลืออยู่แฮะ

 

 

 

งั้นขอนายแบบคนใหม่มาช่วยพิสูจน์หน่อย

 

 

 

จับนอนลงไปเลย สบาย ๆ มี leg room เหลือซะด้วย! 555

 

 

 

เมื่อเจ้าหมีม่วงปฏิบัติภารกิจวัดพื้นที่เสร็จแล้ว ก็กระโดดมานอน planking ต่อทันที ให้เพื่อน ๆ เค้าได้รู้หน่อยว่าเจ้าตัวใหญ่ขนาดไหน!

 

 

 

ก่อนจะปิดฝา ผมตัดสินใจเอาของใช้ประจำในรถมาเก็บดู ก็ได้ประมาณนี้ครับ สบาย ๆ

 

 

 

จากนั้น ปิดฝาลงให้มีเสียงดัง “กรึ๊ก” เพื่อแสดงว่า ฝาปิดสนิทแล้ว

 

ทีนี้เรามาดูสลักอันที่ 2 ด้านล่างกันครับ จะพบว่า มีรูเรียงกันเป็นแถว ผมเลยลองเอามือกดเข้าไปตรง ๆ ดูแบบนี้

 

 

 

ก็พบว่า เราสามารถเปลี่ยนองศาของระดับท้าวแขนได้ค่อนข้างหลากหลายครับ เพื่อรองรับสรีระที่แตกต่างกันของแต่ละคน

 

 

 

สูงอีกหน่อยก็ได้

 

 

 

หรือดึงขึ้นให้สุด เปิดพื้นที่ให้โล่งก็ทำได้

 

 

 

และแน่นอนครับ ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ หรืออยากจะใช้ที่วางแก้วด้านหลัง ก็ยกออกมาวางไว้ได้ง่าย ๆ เลย

 

 

 

เมื่อทดสอบฟังค์ชั่นเรียบร้อยแล้ว ผมก็ลองออกไปใช้งานจริง

 

 

 

ผมพบว่า มันสะดวกและช่วยให้ลดความเมื่อยล้าในการขับรถได้ดีทีเดียวครับ เพราะเราสามารถปรับระดับท้าวแขนให้รองรับสรีระของเราได้หลายระดับ และด้วยความที่ส่วนที่แขนเราสัมผัส ถูกบุด้วยหนัง ทำให้รู้สึกสบายแขนจริง ๆ จนไม่อยากเอาแขนขึ้นมาเลย ในช่วงที่ขับทางตรงยาว ๆ แบบไม่ต้องเลี้ยวรถ

และแม้ผมจะเลือกการติดตั้งแบบไม่เจาะยึดฐาน ก็ไม่ได้ทำให้ท้าวแขนไม่แน่นหนาแต่ประการใด การวางแขนพักลงไป สามารถวางได้ปกติครับ ท้าวแขนไม่มีอาการโคลงเคลงใด ๆ ให้รู้สึกหวั่นไหวเลย

ที่สำคัญ พื้นที่เก็บของภายใน ทำให้รถผมเป็นระเบียบ และจัดวางของเป็นสัด เป็นส่วนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

จากที่ไม่เคยมี ก็ไม่เคยใช้ แต่พอติดตั้งลงไปแล้ว กลับรู้สึกถึงความจำเป็นขึ้น จนมีเรื่องขำ ๆ คือ ผมกับภรรยาแย่งกันวางแขนตลอดเวลาเลยทีเดียว 55555+

และทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยดึงมันออกมา เพื่อวางแก้วตามที่คิดไว้เลย แม้แต่ครั้งเดียวครับ!!

นับว่าเป็นของแต่งที่คุ้มค่า คุ้มราคาจริง ๆ ครับ

 

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่อ่านจนจบครับ มีข้อเสนอแนะ หรือแนะนำ-ติชมใด ๆ แสดงความเห็นได้ด้านล่างเลยครับ

 

 



ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เก๊ะเก็บของด้านบน” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011


รหัสสินค้า F85601HJOA
ชื่อภาษาอังกฤษ : Upper Lid Glove Box
ชื่อภาษาไทย : ฝาเก๊ะเก็บของ K13
ราคา 995 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 
ภายในงาน Motor Expo เมื่อปลายปี 2010 ที่ผ่านมา นิสสันได้มีการเปิดตัวเก๊ะหน้ารถด้านบนเพิ่มเติม และพร้อมจำหน่ายให้ลูกค้ามาร์ชทั่วไป

 

 

แล้ว รุ่น V / VL จะติดตั้งเก๊ะบนได้หรือ ไม่มีผลกระทบกับถุงลมนิรภัยหรืออย่างไร?

ส่วนหลายคนที่ใช้รุ่น V และ VL ซึ่งได้ถุงลมนิรภัยคู่มานั้น ไม่ต้องกังวลใจว่ามันจะติดตั้งไม่ได้ เพราะถุงลมนิรภัยอยู่เหนือขึ้นไป คนละตำแหน่งกับเก๊ะบนนะครับ

 

ถ้ายังเกิดความลังเลใจว่าจะเชื่อผมได้หรือเปล่า ลองดูจากคลิปทดสอบการชนของ March ดูก็ได้ว่าถุงลมฝั่งผู้โดยสารมันโผล่มาจากช่องไหน

 

แต่ถ้าดูไม่ออก มาดูเลยดีกว่า ว่านี่คืออะไร

 

 

ซึ่งเจ้าเก๊ะบนที่เราซื้อมาติดตั้งนั้น มันก็เอามาแทนเจ้าฝาตัวนี้แหล่ะ

 

 

พูดง่าย ๆ ว่าของเดิมที่โรงงานให้มา มันมีพื้นที่วางของอยู่แล้ว และถูกปิดทับไว้เฉย ๆ ไม่มีที่เปิด-ปิด ส่วนเก๊ะบนก็คือ การที่เราซื้อฝาที่มีที่เปิด-ปิด + ที่วางของมาให้นั่นเอง

 

 

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงแอบเคืองนิสสันที่ไม่ทำมาให้ตั้งแต่แรก

———————–

 

และด้วยราคาเปิดตัวที่ผมมองว่าไม่เว่อร์นัก ผมจึงตัดสินใจเข้าไปติดตั้งทันทีที่ศูนย์นิสสัน เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นศูนย์เดียวที่มีของพร้อมจำหน่ายมากที่สุด

 

 

การติดตั้งใช้เวลาไม่นานนัก ผมจึงได้เก๊ะเก็บของเพิ่มเติมแบบนี้

 

 

ส่วนความลึกอาจจะไม่สะใจสาว ๆ เท่าไหร่นัก เพราะมีขนาดความลึกเท่าความยาวของมือถือ iPhone 1 เครื่องเนี่ยแหล่ะ

 

 

แต่ผมก็ถือว่ามีประโยชน์เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะทุกอย่างไม่ต้องไปกองกันอยู่ในเก๊ะด้านล่างเหมือนเมื่อก่อน

 

 

สามารถแยกของที่ใช้บ่อย ๆ อาทิเช่น แว่นกันแดดมาใส่ไว้ในเก๊ะหน้าด้านบนได้แทน ดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น

ซึ่งถ้าท่านใด พอจะมีความสามารถในการงัดแงะคอนโซล สามารถซื้อมาติดตั้งได้เองเลยนะครับ เพราะนิสสันได้ให้คู่มือการติดตั้งมาพร้อมเช่นเคย จะได้ประหยัดค่าติดตั้งที่ต้องชำระเพิ่มเติมให้กับศูนย์นิสสันครับ

สรุปค่าใช้จ่ายรวมของผม

– ฝาเก๊ะเก็บของ ราคา 995 บาท ได้ส่วนลด 10% เหลือ 895.50

– ค่าแรงติดตั้ง 105 บาท ได้ส่วนลด 10% เหลือ 94.50

รวมค่าสินค้า 990 บาท

+ VAT 7% = 69.30

สรุปยอดเงินที่ผมจ่ายไป 1,059.30 บาทครับ

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจก็สั่งซื้อกันได้ที่ศูนย์นิสสันใกล้บ้านเลยนะครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “กระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 11-07-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “กระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “คิ้วฝาท้ายแสตนเลส” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 11-07-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “คิ้วฝาท้ายแสตนเลส” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March แปลงโฉมแบบ Step-by-Step”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 11-07-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “จับ Nissan March แปลงโฉมแบบ Step-by-Step”
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 29-06-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ThaiMarch.info Rss