รีวิว เติมความสว่างภายใน Nissan March ด้วย “ไฟสัมภาระหลัง + ไฟห้องโดยสาร”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 04-10-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถ Nissan March ทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่น S จนถึง รุ่น VL จะพบว่า ในยามค่ำคืน ภายในรถของเราจะมืดเอามาก ๆ โดยเฉพาะห้องโดยสารด้านหลัง และที่เก็บสัมภาระหลังรถ

ซึ่งสาเหตุก็มาจาก Nissan ไม่ได้ให้ไฟสัมภาระหลังมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงไฟในห้องโดยสาร ก็ดันไปอยู่ด้านหน้า บริเวณเดียวกับไฟส่องแผนที่ซะงั้น

 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องกำจัดจุดอ่อน ไปทีละจุดครับ เพื่อจะได้ใช้รถได้สะดวกในยามค่ำคืน

 

 

ไฟสัมภาระหลัง

ก่อนหน้านี้ผมได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการซื้อไฟ LED แบบตีนตุ๊กแกของ Osram มาติดไปก่อน เพราะไม่ต้องการจะไปยุ่งเกี่ยวกับระบบไฟของรถมากนักในช่วงแรก

 

 

 

จนขับรถมาได้หลายเดือน เริ่มมั่นใจในระบบไฟมากขึ้น และยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว จึงตัดสินใจที่จะติดไฟสัมภาระด้านหลังสักที

และงานนี้ดันโชคดีที่อยู่ ๆ ก็ได้รับรางวัลติดตั้งไฟสัมภาระหลังแบบ LED ฟรีในงาน Meeting ครบรอบ 1 ปีของ March Club จากร้านหนิง ออโต้

หลังงานก็เลยได้นัดหมายติดตั้งกันไปตามระเบียบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ จากราคาปกติที่ 499 บาท

 

 

 

ดูกันชัด ๆ ครับ สว่างมากมาย

 

 

ซึ่งนับว่าสะดวกสบายและสว่างมากมายครับ เพราะเมื่อเปิดประตูหลังปุ๊ป ไฟก็ติดปั๊ป ทำให้การใช้งานห้องสัมภาระด้านหลังเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น

และหลังจากติดตั้ง ผมได้ทดสอบการใช้งานมาครึ่งปีแล้ว ก็ยังไม่มีปัญหาใด ๆ กับระบบไฟครับ

 

 

ไฟห้องโดยสารด้านหลัง

เมื่อแก้ปัญหาห้องสัมภาระหลังได้แล้ว ผมก็มาดูจุดอ่อนต่อมา นั่นคือ ความมืดมิดของเบาะหลัง

ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ได้ไอเดียจากเพื่อนสมาชิกในคลับมาหลายคน ไม่ว่าจะติด LED เรียงเป็นแถวตรงเบาะหลังทั้ง 2 ด้าน หรือบางคนก็ติดแค่ไฟส่องพื้นสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

แต่ดูแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ผมเท่าไหร่นัก

 

บังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปเห็นน้อง March สีเขียวของคุณหนิงพอดิบพอดี กับการติดตั้งไฟห้องโดยสารด้านหลังในรูปแบบเดียวกับ ด้านหน้า คือ มีไฟ 3 ระดับให้เลือก

1. ออโต = สว่างเมื่อเปิดประตู
2. เปิด = เปิดไฟตลอดเวลา
3. ปิด = ปิดไฟตลอดเวลา

 

 

แม้จะมีแบบทรงกลมเพียงทรงเดียวให้เลือก แต่เห็นแล้วก็ถูกใจยิ่งนัก เพราะเราสามารถควบคุมได้หมด จะเปิด จะปิด หรือจะให้ออโตตอนเปิดประตู แบบนี้แหล่ะ“ใช่เลย โดนใจฉันเลย”

ก็เลยตัดสินใจให้คุณหนิงติดตั้งไฟห้องโดยสารแบบนี้ให้ทันที

 

 

 

และนอกจากจะมีไฟ LED ตรงกลางแล้ว ยังมี LED เรียงรายล้อมรอบตามขอบนอกอยู่ด้วย

 

 

 

และเมื่อลองเปิดประตูรถปุ๊ป ไฟก็สว่างปั๊ป

 

 

 

และในเมื่อด้านหลังสว่างแล้ว ผมก็ขอให้คุณหนิงเปลี่ยนหลอดไฟผู้โดยสารด้านหน้า และไฟส่องแผนที่ให้เป็น LED สีขาวไปด้วย จะได้สว่างมากขึ้น

 

 

 

และที่สำคัญ จะได้สีเดียวกันทั้งคันรถ

 

 

แบบนี้เลย

 

 

 

ซึ่งผลสรุปออกมาเป็นที่พอใจของผมและภรรยามากครับ การใช้งานรถในยามค่ำคืนนั้น สะดวกโยธินมากขึ้น จะหาของก็สบาย ๆ ไม่ต้องใช้ไฟฉายอีกต่อไป

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนจบครับ มีข้อเสนอแนะใด ๆ หรือต้องการสอบถาม ทิ้งคำถามไว้ด้านล่างได้เลยครับ

รายละเอียดการติดตั้งไฟ
1. ไฟสัมภาระหลัง ราคา 499 บาท
2. ไฟห้องโดยสารด้านหลัง ราคา 900 บาท
3. เปลี่ยนหลอดไฟห้องโดยสารด้านหน้าและไฟส่องแผนที่เป็น LED ทั้ง 3 ดวง ราคา 300 บาท

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ไฟท้ายโดนัท LED ของ FITT ใน Nissan March”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011

ไฟท้าย LED

 

สวัสดีครับ

ในระยะหลัง ๆ มานี้ เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับ ว่าไฟท้ายของรถรุ่นใหม่ ๆ นั้น ดูสวยเตะตาเข้าทุกวัน ๆ ไม่ว่าจะเหยียบเบรคในตอนกลางวันหรือเปิดไฟในยามค่ำคืน จะเห็นไฟท้ายของรถสมัยใหม่ดูเป็นเม็ด ๆ เรียงกันสวยงาม

ซึ่งแน่นอน มันก็คือเทคโนโลยีของ LED ที่พัฒนาขึ้นนั่นเอง เพราะประโยชน์มันมีมากมาย ตามที่ผมเคยรีวิวไว้ใน รีวิว “Daytime Running Light LED คืออะไร? แล้วติดทำไม?”

โดยไฟท้าย LED ที่ผมเห็นได้ชัดเจนคันแรก และหลงใหลได้ปลื้มในทันที คือ ไฟท้ายของ Nissan Teana พี่ใหญ่ในค่ายนั่นเอง

 

 

จากนั้น ก็มาหลงรักไฟท้ายโดนัท LED ของ Super Car ในค่ายเดียวกันอย่าง Nissan GT-R ที่สวยงามเหลือเกิน จนอยากได้มาใช้สักคัน

 

 

ยามค่ำคืน

 

 

แต่จะว่าไป March เองก็ยังไม่มีไฟท้าย LED ของแต่งมาเป็นทางเลือกให้แต่อย่างใด จนเมื่อทางโรงงาน FITT ได้ทดลองทำไฟท้าย LED ทรงโดนัทขึ้นมาจำหน่าย ผมก็ไม่พลาดที่จะต้องขอเป็น 1 ในลูกค้าด้วยนั่นเอง

 

 

โดยเจ้าไฟท้ายโดนัทของ FITT ตัวนี้จะมีกรอบสีให้เลือกตามสีรถเลยนะครับ หรือใครจะสลับสีกรอบเพื่อสร้างความแตกต่างให้รถตัวเองก็ตามใจชอบเลยครับ

 

 

ซึ่งในการขับขี่ช่วงกลางวัน เมื่อผมเหยียบเบรก ไฟเบรกก็จะขึ้นเฉพาะโดนัทคู่บนนะครับ

 

 

แต่ถ้าตอนกลางคืนเมื่อเราเปิดไฟหรี่ ไฟโดนัทก็จะติดทั้งบนและล่างแบบนี้ครับ

 

 

จะมองดูเหมือนเลข 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลของชาวจีนเลยทีเดียว

 

 

สวยไหมครับ?

 

 

เมื่อเป็นเลข 8 ทั้ง 2 ข้าง ก็จะดูเหมือนเลข 88

 

 

ซึ่งไปตรงกับเลขทะเบียนน้อง March ผมอีก

 

 

ส่วนไฟเลี้ยวในช่วงกลางวันก็จะเป็นสีส้มครึ่งวงกลมในโดนัทคู่ล่างครับ

 

ซึ่งไฟเลี้ยวนี้เพื่อน ๆ หลายคนที่เคยขับรถตามบอกว่า สว่างน้อยไปนิดครับ อยากให้สว่างมากกว่านี้

 

มาดูไฟถอยกันบ้างครับ

 

 

สำหรับไฟถอย ผมเองมองว่ามันสว่างมากกกก เรียกว่าใครยืนขวางอยู่ต้องมีหลบอ่ะ ซึ่งเท่าที่ผมลองใช้มาถือว่ามีประโยชน์มากครับ เพราะทำให้คนอื่นเห็นจริง ๆ ว่าเรากำลังจะถอยรถ

 

 

และยิ่งมาถอยรถเวลากลางคืน ก็ยิ่งสว่างจ้าเข้าไปอีก

 

 

ลองดูภาพนี้ก็ได้ครับ ผมถอยรถเข้าโรงรถที่ปิดไฟมืดสนิท

 

 

สว่างมากเลยใช่ไหมครับ แต่จะว่าไป ใจผมก็อยากให้ไฟถอยและไฟเลี้ยวเป็นวงกลมโดนัททั้งคู่นะ น่าจะทำให้ดูสวยขึ้น และสว่างมากขึ้นสำหรับไฟเลี้ยวด้วย

 

 

โดยทาง FITT ได้ให้เหตุผลของไฟแบบครึ่งวงกลมว่า เป็นการออกแบบให้มีกลิ่นอายของยุโรปครับ

 

สรุปโดยรวมแล้วถือว่าถูกใจมากครับ แม้จะแอบเสียดายอีกนิดที่ขนาดดวงไฟไม่ใหญ่เท่า GT-R แต่อย่างว่าแหล่ะครับ จะเอาสวยหรู ดูไฮโซขนาดนั้น ราคามันก็คงจะอัพขึ้นไปอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า

 

 

ซึ่งก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไปครับว่าจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือมีรูปแบบใหม่ออกมาอีกหรือเปล่าในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

เพราะปัจจุบันทาง FITT ยังไม่ได้วางจำหน่ายไฟโดนัท LED อย่างเป็นทางการ แต่ก็เปิดจำหน่ายแบบ made-to-order หรือ”ตามสั่ง”สำหรับผู้ที่สนใจอยากสร้างความแตกต่างให้น้อง March ของเรา

 

 

และด้วยความสวย รวยเสน่ห์ และดูเท่ห์ คู่แข่งก็เลยต้องเร่กันตามตรูดน้องมาร์ชแบบนี้

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “Daytime Running Light LED คืออะไร? แล้วติดทำไม?”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011

สวัสดีครับ

ช่วงนี้ถ้าเพื่อน ๆ ขับรถไปตามท้องถนนในเวลากลางวัน จะพบเห็นรถหลายคันเปิดไฟแบบ LED ด้านหน้ารถกันตลอด บางรุ่นผมเห็นติดรถมาจากโรงงานเลย แต่บางรุ่น ก็นำมาติดตั้งเอง ว่าแต่ว่าเจ้าไฟนี้ มันคืออะไร แล้วเค้าติดกันทำไม มันมีประโยชน์จริง หรือเป็นแค่แฟชั่น? มาทำความรู้จักไปพร้อมกับผมเลยครับ

 

Daytime Running Light คืออะไร?

ไฟเดย์ไทม์นี้ หลายคนชอบเรียกย่อ ๆ ว่า เดย์ไลท์ หรือ daylight ซึ่งเป็นการเรียกที่ผิดนะครับ เพราะความหมายจะเปลี่ยนทันที

Daytime Running Light แปลตามตัวเลยก็คือ ไฟที่ใช้ในการวิ่งช่วงกลางวัน หรือถ้าท่านนึกไม่ออกก็ที่พี่ไทยเราเคยบังคับให้มอเตอร์ไซค์ “เปิดไฟ ใส่หมวก” ไงละครับ ซึ่งผมยอมรับประโยชน์มานานแล้วในเรื่องนี้ เพราะช่วยให้ผมเห็นรถมอเตอร์ไซค์เวลาจะเปลี่ยนเลนจริง ๆ

 

ซึ่งไฟ Daytime Running Light ตอนนี้ทางฝั่งยุโรปเริ่มบังคับให้รถยนต์ต้องติดไฟ Daytime กันแล้วนะครับ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เพราะผลการวิจัยพบว่า ไฟ Daytime ช่วยทำให้มองเห็นรถคันอื่นมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในท้องถนนได้ดีขึ้น

โดยไฟ Daytime นั้นควรเป็นไฟที่ให้ประสิทธิภาพการมองเห็นของผู้ใช้รถ ใช้ถนนในช่วงกลางวันได้สูง รวมถึงต้องใช้พลังงานที่ต่ำ เพื่อความประหยัดนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยี LED หรือ Light Emitting Diode ที่ให้ความสว่างได้ดี แม้ใช้กระแสไฟเพียงเล็กน้อย จึงเข้ามามีบทบาทในไฟ Daytime อย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติเข้าข่ายตามที่ไฟ Daytime ต้องการนั่นเอง

ที่สำคัญไฟ LED ยังมีข้อดีต่าง ๆ ดังนี้
1. ให้แสงสว่างได้ดีกว่าหลอดไฟทั่วไป
2. ประหยัด เพราะกินไฟน้อยมาก
3. มีอายุการใช้งานที่นานกว่าหลอดไฟทั่วไปมาก
4. ไม่มีรังสีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง

สำหรับไฟ Daytime นั้น ตามที่ผมบอกไปข้างต้นแล้วว่าฝั่งยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้ในปีนี้แล้ว จึงจะเห็นได้ว่าค่ายรถยุโรปต่าง ๆ จะติดไฟ Daytime มาให้จากโรงงานเลยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

Mercedes-Benz

 

Audi ทำเป็นคิ้วเรียงสวยงามเลยทีเดียว

 

 

Porsche

 

 

Ferrari

 

 

หรือแม้แต่ค่ายญี่ปุ่นเองก็ยังต้องเริ่มใส่ไฟ Daytime เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น Nissan GT-R รุ่น 11My ตัวใหม่ ไมเนอร์เชนจ์ เป็นต้น

 

ผมจำได้ว่าตอนผมเห็นไฟ Daytime ครั้งแรกใน Audi R8 ที่วิ่งสวนกัน ผมยังพูดกับแฟนเลยว่า กลางวันแดดจ้าขนาดนี้จะเปิดไฟทำไมเนี่ย ทำเท่ห์หรือไง อิจฉานะ

แต่ผมก็เห็นเปิดกันแทบทุกคันที่พบเจอ ทำให้ผมเริ่มเอะใจว่า โรงงานมันไม่มีปุ่มปิดมาให้หรืออย่างไร?

จนมาพบเจอรถ Benz E-Class รุ่นใหม่ ก็เปิดกันเกือบทุกคัน ทำให้ผมเริ่มหาข้อมูลอย่างจริงจัง จึงทำให้รู้จัก Daytime ในที่สุด

—————————

และจะว่าไป ไฟ Daytime เป็นไฟที่คนไทยส่วนมากไม่เข้าใจว่าจะเปิดทำไม จะติดทำไม เพราะอาจจะยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจน รวมถึงยังไม่มีกฎหมายบังคับเหมือนในยุโรป ซึ่งผมเองก็เคยเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อผมได้มีโอกาสใช้ไฟ Daytime ของโรงงาน FITT ใน March ตามที่ผมเคยรีวิวไปในภาค 2 และภาค 3 ผมก็พบว่ามันมีประโยชน์ในการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เน้นความสวยงามเท่านั้น

โดยเฉพาะไฟ Daytime ของ FITT ที่ดูแล้วมีคุณภาพมากกว่าการเอาไฟ LED มาวางติดไว้ด้านหน้ารถอย่างเดียว เพราะทาง FITT มีการดีไซน์ตำแหน่งวางที่เป็นมาตรฐาน และการจัดวางต้องได้ระดับองศาที่ถูกต้อง รวมถึงไฟ LED ที่ใช้ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากห้อง Lab ก่อน ถึงจะออกมาใช้งานจริงได้

แต่ทีนี้ด้วยชุดแต่ง Impul ที่ยังไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ผมจึงต้องไปทำการวัดตำแหน่งใหม่หาจุดที่เหมาะสม

 

 

จะใส่ตรงไหนดีน้า?

 

 

ทางฝ่ายออกแบบนำโดยคุณเอ็ม ได้ตัดสินใจวางไฟแนวเฉียงเพื่อรับกับแนวกันชนหน้า และสร้างฐานขึ้นมารองรับใหม่

 

ซึ่งมอง ๆ ไป รถผมก็เริ่มจะเหมือนเจ้าพ่อมาเฟียขึ้นมานิดนึง เพราะมีหนวดดกดำขึ้นมาซะอย่างนั้น 55555

ซึ่งทีแรกไม่ได้ตั้งใจจะให้มีหนวดหรอกครับ แต่ติดที่โครงสร้างของกันชนหน้าไม่สามารถเอื้อให้วาง Daytime ได้แบบไม่มีหนวด เลยต้องเสริมหนวดเข้าไปแทนเพื่อความแข็งแรงของการจัดวาง

ทดลองเปิดเลยดีกว่า

 

สวยไหมครับ?

 

 

มาลองวิ่งดูหน่อย

 

 

ขึ้นสะพาน

 

 

ลงสะพาน

 

เท่าที่ผมขับรถคันอื่นนำ พบว่า Daytime ช่วยในการมองเห็นได้จริงครับ แถมยังดูสวยงาม สร้างความเด่นให้รถเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก

ถ้าไม่แน่ใจในประโยชน์ลองดูภาพนี้ก็ได้ครับ แม้จะถ่ายมาไม่ค่อยชัด แต่จะเห็นได้ว่าเจ้า March ที่มีไฟ Daytime เมื่อเทียบกับรถคันอื่นที่ตามหลังมาเป็นอย่างไร

สำหรับไฟ Daytime ในยุโรปที่บังคับกฎหมายเป็นเรื่อง เป็นราว เชื่อไหมครับว่า เราไม่สามารถปิดไฟ Daytime ได้เลย หรือปิดได้ แต่ยุ่งยากเกินกว่ากดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

แต่สำหรับไฟ Daytime ของ FITT นั้น มีปุ่มเปิด-ปิดไฟด้วยตัวเองอย่างง่ายดายครับ เพราะกฎหมายบ้านเรายังไม่บังคับ ผู้ใช้จึงสามารถที่จะเปิดหรือปิดไฟได้ตามใจต้องการ

 

 

การติดตั้งปุ่มเรียบร้อยดีมากครับ

 

 

ซึ่งถ้าพระอาทิตย์สว่างขึ้น นั่นหมายถึงเราเปิดไฟอยู่ครับ

 

 

และโดยปกติในเวลากลางคืน เมื่อเราเปิดไฟหน้ารถปุ๊ป ไฟ Daytime จะ drop ลงทันทีครับ เพื่อไม่ให้แยงตาผู้อื่น ความสว่างจะลดลงจนเหมือนไฟหรี่ธรรมดาที่ดูสวยงามครับ

 

ซึ่งถ้าท่านติดไฟ Daytime เหมือนผมแล้ว สิ่งที่อยากจะแนะนำการใช้งานคือ เมื่อขับรถเข้าอาคารจอดรถแล้ว ควรจะเปิดไฟหรี่เพื่อ Drop แสงลงหรือกดปุ่มปิดไฟ daytime ทันทีครับ เพราะมันจะสว่างมากและจะแสบตาผู้อื่นสุด ๆ ในสถานที่ที่มีแสงน้อยมาก ดังเช่นอาคารจอดรถนั่นเองครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March แปลงโฉมแบบ Step-by-Step”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 11-07-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “จับ Nissan March แปลงโฉมแบบ Step-by-Step”
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 29-06-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ —>>> รีวิว “ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ติด Daytime Running Light LED + ไฟตัดหมอกของ FITT” ใน Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 18-06-2011

หลังจากได้รับเกียรติจากทางบริษัท วิเชียรไดนามิคอินดัสตรี จำกัด (WDI) เจ้าของผลิตภัณฑ์ FITT ให้น้อง March ของผมได้เป็น 1 ใน 4 จตุรเทพ ที่ทำการทดสอบไฟ Daytime Running LED ทรงกลมที่บริเวณไฟตัดหมอกตามที่รีวิวในภาค 2 มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2010 ที่ผ่านมานั้น

 

ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานจริงบนท้องถนนกรุงเทพควบคู่ไปกับการทดสอบโดย Lab ของโรงงาน FITT ย่านปทุมธานี ซึ่งหลังจากผ่านการทดสอบมาได้ 3 เดือนเต็ม ผลก็ออกมาว่า เจ้าไฟ LED ตัวนี้ ยังไม่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานสินค้าของ FITT ที่จะวางจำหน่ายได้เลย

 

ซึ่งแน่นอน ด้วยมาตรฐานโรงงานที่เข้มงวด ย่อมทำให้ FITT ตัดสินใจไม่วางจำหน่ายสินค้าตัวนี้ (ทั้ง ๆ ที่มีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าหลายท่านที่อยากได้) แต่ FITT เลือกที่จะพัฒนาสินค้าในรูปแบบเดียวกัน ด้วยแนวคิดใหม่ ๆ แทน

 

และด้วยเหตุนี้ ก็ทำให้ผมมีอันต้องโบกมือลาจากจตุรเทพ LED ทั้ง 4 อันประกอบด้วย สีส้ม 2 คัน และสีขาวมุก 2 คัน ทันที!!! โดยไม่มีข้อแม้…..

————————–

 

ระยะเวลา 3 เดือนที่ได้ใช้งานมันมา ย่อมทำให้ผมมีความผูกพันธ์กับมันอย่างลึกซึ้ง เพราะเจ้า Daytime LED ตัวนี้แหล่ะ ที่ทำให้เพื่อนผู้ใช้ March จำรถแตน ๆ ของผมได้ และเปิดไฟสูงทักทายอยู่บ่อยครั้ง

แต่ในเมื่อ “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” , “มีพบก็ต้องมีพราก มีจากก็ต้องมีเจอ” ย่อมทำให้ผมทำใจ และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแทนมันให้ได้ เหมือนที่ได้ยินผู้ใหญ่พูดอยู่บ่อยครั้งว่า “เก่าไป ใหม่มา”

และนี่คือ ภาพสุดท้ายที่ผมบันทึกมันไว้ ก่อนจะอำลามันอย่างจริงจังเสียที

 

และสิ่งที่ผมเลือกให้เข้ามาแทน ก็คือสิ่งนี้ครับ

 

นั่นคือไฟ Daytime Running ตัวใหม่ของ FITT ที่ได้ผ่านมาตรฐานโรงงานเรียบร้อย และพร้อมจำหน่ายจริงแล้วนั่นเอง

ซึ่งไฟตัวนี้จะติดตั้งบริเวณกระจังหน้าของรถ และมีฐานรองรับ ซึ่งเจ้าของรถจะสามารถเลือกสีให้เข้ากับรถได้ ซึ่งผมเองตัดสินใจเลือกสีโครเมียม เพื่อให้ Match กับกระจังหน้าโครเมียมเดิมนั่นเอง

แต่การจะติดตั้งลงกระจังหน้าเดิมได้ ผมก็ต้องสูญเสียอะไรไปนิดหน่อย

อย่างแรกคือ ต้องถอดเส้นโครเมียมของโรงงานออกมา 2 แถว

 

และทำการตัดชิ้นกระจังหน้าแนวตั้งออกไปทั้ง 2 ข้าง เพื่อจะได้ติดตั้งฐานไฟได้อย่างพอดิบพอดี

 

 

เมื่อเสร็จแล้ว จึงออกมาได้เป็นแบบนี้

 

 

มุมมองจากด้านข้าง

 

 

และเพื่อประโยชน์ของการใช้งานสูงสุด ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเป็นไฟตัดหมอกของ FITT ใส่แทนในช่องเดิม

 

ซึ่งแน่นอน ว่ากว่าผมจะได้ใช้จริง ก็คงต้องรอให้มีหมอกจัดหรือฝนตกหนักเสียก่อน เพราะถ้าเปิดในภาวะปกติแล้ว นอกจากจะผิดกฎหมายจราจรแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมทางได้

 

 

มาดูด้านหน้าเต็ม ๆ กันบ้างครับ

 

 

มาดูปุ่มเปิด-ปิด กัน

 

ปุ่มซ้าย คือ ปุ่มเปิด-ปิดไฟตัดหมอก สามารถเปิดได้ต่อเมื่อ เปิดไฟหน้ารถแล้ว (ทั้งไฟหรี่และไฟใหญ่)
ปุ่มขวา คือ ปุ่ม Daytime Running นั่นเอง

สำหรับเจ้าปุ่ม Daytime Running นั้น จะแสดงสัญลักษณ์ด้วยรูปพระอาทิตย์ ทำให้ดูง่าย

และเพียงเราเปิดระบบไฟเครื่องยนต์ให้เป็น On (จะ Start เครื่องหรือไม่ก็ได้) ไฟเรืองแสงสีเขียวที่ปุ่มก็จะติดขึ้นมาทันที ว่าพร้อมใช้งานแล้ว เนื่องจากจุดประสงค์ของการใช้งานคือ เปิดในช่วงกลางวัน นั่นเอง

 

และเมื่อผมกดปุ่มเปิด ก็จะมีไฟสีเขียวขึ้นที่พระอาทิตย์ตามภาพ

 

 

มาดูปุ่มยามค่ำคืนบ้าง รูปแรกคือ ปุ่มไฟ Daytime ตอนยังไม่เปิด

 

 

เปิดแล้ววววว

 

 

ไฟ Daytime เปิด / ไฟตัดหมอกปิด

 

 

เปิดทั้งคู่เลย

ในยามค่ำคืน ถ้าเราเผลอเปิดไฟ Daytime ไว้ ระบบจะทำการ Drop หรือลดแสงไฟ Daytime ลงทันที เพื่อไม่ให้แยงสายตาผู้ใช้รถคนอื่น ซึ่งจะเหลือแต่แสงไฟสีขาวเรียงรายปกติเท่านั้นเอง

จากการใช้งานจริง ผมพบว่า ไฟ Daytime จะช่วยได้มาก เพราะสังเกตว่า รถจะไม่ค่อยตัดหน้ามากมายเหมือนเมื่อก่อน จะพบเห็นอาการชะงักอยู่บ่อย ๆ และปล่อยให้เราผ่านไปอย่างง่ายดาย

รวมถึงยังใช้กะระยะในการจอดประชิดคันหน้าได้อีก ด้วยการดูแสงไฟ LED ที่สะท้อนบริเวณกันชนรถคันหน้านั่นเอง

ซึ่งเวลามีแดดอย่างใน กทม สามารถใช้งานได้ดีสมมาตรฐานของ FITT ผมเองขับสวนกับ Benz E250 ตัวใหม่ที่มี Daytime ในลักษณะเดียวกัน ก็พบว่า ความสว่างของแสงเท่าเทียมกัน และแน่นอนว่า Daytime ตัว Limited Edition ตัวเก่า ไม่สามารถให้แสงได้สว่างเท่าตัวนี้เลย

แต่ถ้าขับรถเข้าใต้ตึกเมื่อไหร่ เช่น ลานจอดรถตามอาคารสำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้า ควรปิดไฟ Daytime ทันที เพราะมันจะสว่างมากกกกกกกกกกกกถึงมากที่สุด และน่ากลัวจะกระทบสายตาผู้อื่นอย่างแน่นอน

จริง ๆ แล้ว ในยุโรปที่มีกฎหมายบังคับให้เปิดไฟ Daytime นั้น บางยี่ห้อที่ติดมาให้จากโรงงานจะไม่มีปุ่มเปิด-ปิดไฟเลย แต่ทาง FITT ก็เลือกที่ทำปุ่มเปิด-ปิดมาให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย ที่ยังไม่คุ้นเคยกับไฟ Daytime อันเนื่องมาจากยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในบ้านเรานั่นเอง

ซึ่งเราจะเลือกเปิด-ปิดเมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงแสงไฟจะ Drop ลงในยามค่ำคืนตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

สำหรับผม การติดตั้งในรูปแบบนี้ลงตัวมากที่สุดแล้ว สามารถเลือกใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงทั้ง 2 รูปแบบ และไม่ทำให้ช่างในศูนย์นิสสันบางคนหลงเข้าใจผิดอีก ว่าผมเปิดไฟตัดหมอกมาทำไมในช่วงเวลากลางวัน

สำหรับสนนราคาสินค้าทั้ง 2 ตัว มีวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งถ้าท่านใดสนใจ ก็สามารถสอบถามได้ครับ

 

 

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณบริษัท วิเชียรไดนามิคอินดัสตรี จำกัด (WDI) เจ้าของผลิตภัณฑ์ FITT ที่ให้เกียรติได้ทดสอบสินค้ามาตลอด และล่าสุดทาง FITT กำลังเตรียมวางจำหน่ายไฟท้าย LED ของ March แบบใหม่ ซึ่งจะเป็นยังไงนั้น ต้องไปชมด้วยสายตาของท่านเองที่งาน Motor Expo ในวันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ ในโซน Accessories Hall บู๊ท J32-33 หรือไปชมพร้อม ๆ กันได้ในวันที่ 11 ธันวาคมที่งาน Meeting ของ Club เรา

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบครับ

 

 

หมายเหตุ : ท่านสามารถชมคลิป Daytime Running Light ของ FITT ได้ที่นี่ครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ติดตั้ง Daytime Running Light ตรงไฟตัดหมอก ให้ Nissan March คันแรกในโลก!!

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 18-06-2011

หลังจากได้รับคำเชิญจากคุณเอ็ม แห่ง FITT ให้เข้าไปทดลองติดตั้งไฟ Day Time Running หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า Daylight หลอด LED พร้อมครอบโครเมียม คันแรกในโลก ที่โรงงานย่านปทุมธานี

พอมาถึง ก็โดนจับรื้อเลย

 

 

จ๊ากกกกกก ทำไมมารื้อไฟท้ายเค้าละ

 

 

 

มาตั้งประตูฟุตบอลอะไรตรงนี้อ่ะ ยังไม่ถึงเวลาเล่นนะเฟ้ย

 

 

 

ห่าง ๆ หน่อย ค่อยยังชั่ว ที่แท้กำลังออกแบบไฟท้ายใหม่นี่เอง ขอ LED แบบ Teana เลยนะคร้าบบบ อุดหนุนแน่นอน

 

 

มาดูด้านหน้าดีกว่า ทำไรกันอ่ะ

 

 

มาแอบแงะอะไรของเค้า

 

 

 

จ๊ากกกกกกกกกกกกก ถอดมาทามมายยย

 

 

 

โห คานหน้าแข็งแรงมาก ๆ เห็นแล้วอุ่นใจเล็กน้อย

 

 

โห ถังน้ำฉีดกระจกใหญ่มาก ปีนึงจะหมดไหมเนี่ย

 

 

 

เผลอแป๊ปเดียว มาแงะกันอีกแล้วววววว

 

 

รูโบ๋เยยยยย

 

 

อุ๊บ! เอาไรมาติดอ่าา สวยจังเยยยยยยย

 

 

สวยมากเลย ไม่โกรธแย้ววววว

 

 

เย้ ๆๆๆ เอากลับที่เดิมแว้วววววว

 

 

เจอคุณกอล์ฟ สมาชิก Thaimarch ด้วย เชื่อไหมว่าอายุ 40 กว่า ๆ แล้ว

 

 

ประกอบกลับคืนแล้ววววว จะเสร็จแล้วชิมิ ชิมิละ!

 

 

อ้าวว แล้วมาแกะของแต่งศูนย์เค้าทามมายยยย เค้าซื้อมาแพงนะ

 

 

เฮ้ยยย แล้วทำไมรูมันใหญ่เงี้ยอ่ะ นี่ศูนย์เล่นเจาะรูกันดื้อ ๆ แบบนี้เลยหรอ

 

ไม่ได้การละ เปลี่ยนใหม่มันซะเลยแล้วกัน โกรธศูนย์มาก ๆ มาเจาะไข่แดง เอ๊ย ส้ม ของเค้าได้ไง โดนทั้ง 2 ใบเลย

“พี่ครับ เปลี่ยนเป็นของ FITT ไปเลย”


 

 

เริ่มทดสอบกันแว้ววววว

 

 

ถูกใจมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ด้านหน้าเสร็จแล้ว คุณเปิ้ล Pretty สาวที่โลกลืมเริ่มเข้ามาทำความสะอาดแว้ววว

 

 

เจ้าหน้าที่รุมกันเยอะมาก ทั้งทำงาน ทั้งแวะมาดู LED น้อง March คันแรกของโลก แม้แต่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ ก็มากันหมด

 

 

เช็ดเสร็จแว้ววววววว

 

 

ปุ่มเปิด-ปิดถูกติดตั้งอย่างสวยงามและแนบเนียนครับ

 

 

ซึ่งกลางคืนจะเรืองแสงแบบนี้เลย

 

 

ถ้าเรากดเปิดอยู่ ก็จะมีสถานะไฟเพิ่มขึ้นมาแบบนี้เลย เพื่อบอกเราว่า เรากำลังเปิดมันอยู่นะ

 

 

และแล้วก็ได้เวลาอันสมควรที่เจ้าหน้าที่ของ FITT จะทำการทดสอบปุ่มเปิด-ปิด มาดูกันซิ ว่าจะติดไหม?

 

 

เย้ ๆๆๆๆ ติดแว้ววววววววววว สวยจังเยยยยยย

 

 

Product Manager เข้ามาตรวจสอบด้วย อิอิ

 

 

 

แวบมาดูด้านหลัง อ้าว ใครเอาไรมาติดอ่ะ

 

 

อ๋อ Logo ของ FITT นี่เอง เท่ดีแฮะ

 

 

 

ตากล้องเตรียมพร้อม!!!

 

 

แชะ…..

แชะ…..

แชะ…..

 

 

มาดูกันชัด ๆ กับไฟ Day Time Running Light แบบ LED ใน Nissan March

 

 

กลางวัน

 

 

กลางคืนแสงจะ drop ลงพอสมควร เพื่อไม่ให้แยงตาชาวบ้าน

 

 

มาดูกระจกมองข้างอันใหม่บ้าง สวยไหม?

 

 

 

น้อง March ของผม เปลี่ยน look ใหม่ งามไฉไลกว่าเดิม……….

 

 

รักน้อง March จังเลย

 

 

ยิ่งมอง ก็ยิ่งหลง

 

 

แม้มันจะแตน ๆ แค่ไหนก็ตาม เจอของแต่งจาก FITT เข้าไป เป็นได้คลั่งไคล้ทุกคืนวัน

 

 

เธอสวย…ทุกนาทีที่เคยสัมผัส

 

 

รู้ทันทีว่าเธอคือ..คันพิเศษ ที่ฉันนั้นรอมานาน

 

 

ที่ฟ้าให้มาเจอะกัน….ให้ฉัน..มี….มาร์ชชชชช

 

 

วันนี้ได้ถ่ายประกบกับคุณธร สมาชิก Thaimarch ซะด้วย

 

 

จะสีไหนก็สวยทั้งคู่ เพราะนี่คือ March by FITT

 

 

หลอด LED กับหลอดธรรมดา มาประชันกันแว้วววว

E MT ล้อดำขอบ 17 + skirt Extreme ของคุณธรสวยมาก ๆ ครับ ดุดัน+น่ารัก

 

 

เปลี่ยนมุมบ้าง

 

 

ด้านหลังเต็มๆ

 

 

ตากล้องเป็น 100 คนได้ ยั้วเยี้ยอย่างกับหนอน

 

 

ปิดท้ายรายการด้วย Clip VDO ฝีมือคุณเอ็มครับ

 

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ WDI หรือ FITT สำหรับการสนับสนุนของแต่งรถ ทั้งไฟตัดหมอก LED และครอบกระจกมองข้างมีไฟเลี้่ยว+ไฟหรี่ ที่ชัดขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

– ขอบคุณคุณเอ็มสำหรับการประสานงาน อย่าทานของที่ไปฝากมาก เดี๋ยวจะไม่ได้นอน

– ขอบคุณคุณเปิ้ลและทีมงานสำหรับการพิถีพิถันบรรจงติดตั้งของแต่งให้ March ของผม สวยงามกว่าเดิมเยอะมาก

– สุดท้าย ขอบคุณผู้ติดตามอ่านทุกท่านครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ThaiMarch.info Rss