รีวิว “ยางเงียบจัง” ผู้ช่วยลดเสียงดังใน Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 21-10-2012

สวัสดีครับเพื่อน ๆ

ก่อนหน้านี้ ผมเห็นเพื่อน ๆ หลายคนต่างพากันบ่นว่าน้อง March เราไม่เก็บเสียงเลย ขับเร็ว ๆ แล้วเสียงดังเข้ามาในห้องโดยสาร ไม่มีความสุขเท่าที่ควร

 

 

 

แต่ผมกลับไม่รู้สึก รู้สาเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะชอบเปิดเพลงทุกครั้งที่ขับรถ เลยไม่เคยได้ทำอะไรเกี่ยวกับรถในเรื่องนี้เลย ต่างกับเพื่อน ๆ ที่ใช้ Nissan March ท่านอื่นที่พากันไปแดมป์รถ หรือหาวิธีลดเสียงรบกวนเวลาขับรถกันในหลากหลายวิธี

 

 

จนเมื่อน้อง March ของผมวิ่งมาได้ครบ 2 ปี ผมก็รู้สึกว่า ยางขอบประตูหลังขวา มีอาการแปลก ๆ เวลาปิดประตูผิดจังหวะ เสียงจะดังเหมือนเหล็กกระทบกัน

 

 

ในระหว่างที่ผมคิดหาวิธีแก้ไขอยู่นั้น ผมก็เห็นร้านประดับยนต์ได้เปิดตัวขายสินค้าใหม่ “ยางเงียบจัง” สำหรับเปลี่ยนแทนยางขอบประตูเดิมทั้ง 4 บานพอดิบพอดี ผมจึงรีบไปที่ร้านทันที เพราะคิดว่านี่น่าจะเป็นทางแก้ไขปัญหาของผมได้

 

พอถึงร้าน เจ้าของร้านก็เดินมาเปิดประตูรถ เอามือดึงยางขอบประตูเดิมแบบไม่ได้ออกแรงอะไร ยางก็หลุดลุ่ยลงมาแบบนี้

 

 

ผมเห็นก็ตกใจ แต่เจ้าของร้านกลับอมยิ้ม ก่อนจะบอกว่า รถผมมีการตกแต่งที่ต้องถอดยางออกมาบ่อย ยางจึงเสื่อมสภาพเร็ว เลยหลุดออกมาง่ายดายแบบนี้ และเจ้าของร้านก็ชูยาง”เงียบจัง” ที่กำลังจะเปลี่ยนแทนขึ้นมาให้ดู

 

 

ลองเอายางเดิมด้านซ้ายมาเปรียบเทียบกับยางเงียบจังด้านขวาดู จะเห็นว่ายางเงียบจังมีขนาดหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

 

เจ้าของร้านเริ่มเอายางเงียบจังติดตั้งเข้าไปแทนยางขอบประตูเดิม

 

 

ไล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ

 

 

แล้วติดต่อเนื่องไปทางด้านขวา

 

 

ทำจนครบทั้ง 4 บาน ใช้เวลาไม่นาน ก็เสร็จเรียบร้อย

 

 

มองเผิน ๆ ดูหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

จากนั้นผมลองปิดประตูดูก็รู้สึกได้ว่า มันแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองดูจากคลิปก็ได้ครับ

 

 

เพียงแต่การปิดประตูที่ใช้ยางเงียบจังนั้น จะต้องออกแรงนิดหน่อย จะมาปิดเบา ๆ ชิลล์ ๆ นั้นไม่ได้ครับ เพราะประตูจะปิดได้ไม่สนิท ให้ออกแรงนิดหน่อย ก็จะสัมผัสได้ถึงความแน่นหนาในการปิดประตู

 

 

แน่นอนว่าปัญหาส่วนตัวของผมเรื่องประตูปิดแล้วมีเสียงเหล็กนั้น ได้รับการแก้ปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว แต่คุณสมบัติของยางเงียบจังไม่ได้มีแค่นี้ เพราะคุณสมบัติหลักของมันคือ การลดเสียงรบกวนเข้ามาภายในรถ

และเมื่อผมได้มาขับรถด้วยความเร็วบนท้องถนน แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเช่นเคย จนอดห่วงไม่ได้ว่าตัวเองหูดับตับไหม้ไปแล้วหรือยัง 55555+

 

 

ดังนั้น ผมจึงถามภรรยาแทนว่า มีความรู้สึกอย่างไรหลังใส่ยางเงียบจัง ซึ่งเธอก็ตอบว่า รู้สึกเงียบลงนะ เพราะก่อนหน้านี้เวลาได้ยินเสียงรถหวอ จะดังมาก แต่หลังใส่ยางเงียบจัง จะได้ยินเสียงหวอเบาลงอย่างรู้สึกได้
และแน่นอน มันเบาจนเธอมีความสุขกับการดูหนังซีรี่ย์เรื่องโปรดได้อย่างสบาย ๆ นั่นแหล่ะ

 

 

“ยางเงียบจัง” จึงเป็นของแต่งที่ผมรู้สึกได้ว่า คุ้มค่ากับการลงทุนเปลี่ยนจริง ๆ ครับ

 

รายละเอียดการติดตั้งยางเงียบจัง

– รอบคัน 4 ประตู 900 บาท

 


ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 70,000 กิโล”

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 14-09-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 70,000 กิโล” เรียบร้อยแล้วครับ

 


 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ปุ่มสีแดง บนกุญแจรีโมท และกุญแจอัจฉริยะ ของรถ Nissan คือปุ่มอะไร แล้วมีไว้ทำไม?

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 28-08-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ ปุ่มสีแดงบนกุญแจรีโมทและกุญแจอัจฉริยะของรถ Nissan คือปุ่มอะไร? แล้วมีไว้ทำไม? (มีคลิป VDO) เรียบร้อยแล้วครับ

 
 
 


 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 2 : ตั้งค่า ตั้งเครื่อง เรื่องจิ๊บ ๆ

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 24-08-2012

หลังจากเพื่อน ๆ ได้ดูข้อมูลเบื้องต้นของวิทยุติดรถยนต์นิสสัน มาร์ช อย่างเจ้า March GO ไปเรียบร้อยแล้วในรีวิว “เติมเต็มความบันเทิงด้วย March GO” ตอนที่ 1 : เปลี่ยน…สู่สิ่งที่ดีกว่า

ในตอนที่ 2 ผมจะพามาเจาะดูการตั้งค่าของเครื่องกันก่อนเลย ก่อนที่จะพาไปสัมผัสความบันเทิง เพราะแต่ละคน ย่อมชอบไม่เหมือนกัน

ซึ่งการเข้าไปตั้งค่าเครื่องนั้น จะต้องเข้าจากเมนูหลัก ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ เปิดเพลงฟังอยู่ในโหมดไหนก็ตามแต่ จะเห็นรูปลูกศรย้อนขึ้นที่มุมบนขวาของหน้าจอแบบนี้

 

 

ก็กดไป 1 ทีครับ

 

 

ผลก็คือ เราจะกลับมาหน้าเมนูหลักแบบนี้

 

 

การตั้งค่าเครื่องก็ให้เพื่อน ๆ กดที่ SETUP 1 ที

 

 

ก็จะเข้าสู่หน้าจอ SETUP แบบนี้ครับ

 

 

ถ้าเพื่อน ๆ เอานิ้วสไลด์หน้าจอขึ้น ก็จะเจอเมนูการตั้งค่าอีกเพียบครับ

 

 

ก่อนอื่นเลย เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะไม่ถนัด หรือไม่ชอบภาษาอังกฤษ ผมแนะนำให้เปลี่ยนภาษาก่อนเลยครับ โดยเข้ามาที่เมนู Lang. ซึ่งย่อมาจาก Language หรือแปลว่า “ภาษา” นั่นเอง

 

พอเข้ามาแล้วก็จะเจอหน้าจอเลือกภาษา ซึ่งมีให้เลือกถึง 11 ภาษาเลยทีเดียวได้แก่

1. จีน
2. อังกฤษ
3. ฝรั่งเศส
4. สเปน
5. เยอรมัน
6. รัสเซีย
7. อิตาลี
8. โปรตุเกส
9. อะราบิค
10. ไทย
11. จีนกลาง

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ถนัดภาษาอะไรก็สามารถเลือกได้เลยตามใจชอบครับ แต่ถ้าจะเลือกไทยก็สไลด์หน้าจอลงมาเรื่อย ๆ จนถึงภาษาที่ 10

 

 

ก็จิ้มไปที่คำว่า Thai 1 ที หน้าจอก็จะแสดงผลเป็นภาษาไทยทันที แบบนี้

 

 

จากนั้นให้เรากดปุ่มลูกศรย้อนขึ้น 1 ที ก็จะพบว่า เมนูการตั้งค่าได้เปลี่ยนเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว

 

 

ลองสไลด์ดูเมนูอื่น ๆ ด้านล่าง

 

 

ทีนี้ลองมาเจาะดูแต่ละเมนูกันครับ ว่ามีอะไรให้เราเล่นบ้าง

เริ่มที่เมนูแรกคือ “วอลล์เปเปอร์” ซึ่งในเมนูนี้จะเป็นการเปลี่ยนภาพพื้นหลัง โดยมีให้เลือกเปลี่ยนตามสไตล์ถึง 42 ภาพ

 

โดยการเลือกภาพพื้นหลัง เราก็เพียงเอานิ้วปัดหน้าจอสไลด์ไปทางซ้ายหรือขวา จนเจอภาพที่เราถูกใจก็จิ้มไปที่ภาพ 1 ที ภาพพื้นหลังก็จะเปลี่ยนใหม่ให้ทันทีและทันใจ

ทีนี้กดลูกศรย้อนขึ้นมาดูเมนูที่ 2 กันครับ นั่นคือ “หมุน” หรือภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า “Wheel” ซึ่งมันคือการตั้งค่า “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” นั่นเอง

 

 

ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะงงว่า ตั้งค่าทำไม ในเมื่อปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัยก็มีสัญลักษณ์บอกอยู่แล้ว ว่ากดปุ่มแต่ละปุ่มเป็นการใช้คำสั่งอะไร

 

แต่นั่นคือการใช้งานแบบปกติ ซึ่งมีอยู่แล้วในเครื่องเสียงติดรถจากโรงงาน ที่จะถูกกำหนดค่ามาตามมาตรฐาน แต่เครื่อง March GO มีความพิเศษให้ตรงที่เราสามารถปรับแต่งปุ่มทั้ง 5 ปุ่มนั้นได้อย่างอิสระ ตามใจเรา เพราะคนเรามีความชอบไม่เหมือนกันนั่นเอง

เอาง่าย ๆ ผมเองก็มีการเปลี่ยนให้ปุ่ม “Back” ตรงมุมล่างซ้าย เป็นการสั่งให้เครื่อง “เงียบเสียง” หรือ “Mute” แทน เพราะชีวิตจริง ผมจะใช้ปุ่มนี้บ่อย จึงไม่อยากเอื้อมมือไปที่ตัวเครื่อง ให้เสียสมาธิในการขับขี่ไงละครับ

ย้อนกลับมาดูเมนูที่ 3 กันเลยดีกว่า กับเมนู “เวลา”

 

ซึ่งในเมนูนี้ สำหรับการตั้งวันที่และเวลา แต่ผมจะบอกว่า ไม่จำเป็นเลยสำหรับ March GO เพราะเครื่องได้มีการเชื่อมเวลาผ่านดาวเทียมมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความแม่นยำของเวลาจะสูงมาก เทียบเท่ากองทัพเรือไทยได้เลย

 

มาดูเมนูที่ 4 กันเลยกับ “ระบบ” ครับ

 

 

อันแรกคือ “เปิดย้อนกลับ” เอ่อ….งงอ่ะ ขอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษก่อนนะครับ

 

อ๋อ Reverse นั่นเองครับ

ซึ่ง Reverse หรือ “เปิดย้อนกลับ” มันคือการตั้งค่ากล้องมองหลังเวลาเราปิดวิทยุอยู่นั่นเอง

 

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน ว่าเวลาเราเปิดเครื่อง March GO เพื่อฟังเพลง ดูทีวีหรืออะไรก็ตามแต่ เมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลังปุ๊ป ภาพก็จะตัดมาที่กล้องมองหลังปั๊ป เพื่อแสดงภาพด้านหลังรถของเราโดยอัตโนมัติ

 

แต่การตั้งค่าในส่วนนี้ คือการตั้งค่าเมื่อเราปิดเครื่อง March GO อยู่ โดยมีให้เราเลือก on หรือ off นั่นเอง

ถ้าเราตั้งไว้เป็น on เวลาที่เราไม่ได้เปิดเครื่อง March GO หน้าจอก็จะเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลัง เพื่อแสดงภาพในขณะที่เราถอยหลัง

ถ้าเราตั้งไว้่เป็น off เวลาเราเข้าเกียร์ถอยหลัง ภาพก็จะไม่แสดงนั่นเองครับ

 

 

ส่วนเมนูถัดไป “การ์ตูน” หรือ “cartoon” นั้นไม่ต้องสนใจครับ เพราะเป็นลูกเล่นของเมืองนอก เมืองนาเค้า เราไม่เกี่ยว

 

ข้ามมาดูที่เมนู “บีพ” หรือ “Beep” กันเลย

 

ซึ่งเมนู Beep นั้น คือการเปิดเสียงปุ่มกดนั่นเอง ถ้าเราตั้ง on เวลากดปุ่มต่าง ๆ ก็จะมีเสียงปุ่มกดขึ้นมาด้วย แต่ถ้า off ก็จะไม่มีเสียงครับ

 

ถัดมาคือ “PIP” ซึ่งย่อมาจาก Picture in Picture เป็นการตั้งค่าให้ระบบการแสดงแบบ 2 หน้าจอซ้อนกัน ซึ่งเราต้อง on ไว้แน่นอนครับ เพราะนี่คือ ความสามารถหลักที่ตอบโจทย์ความต้องการของผมเลย เวลาเดินทางไปต่างจังหวัด ผมจะได้ใช้ GPS ได้ โดยไม่หลงทาง ส่วนภรรยาผมก็สามารถดูหนังไปด้วยได้

 

 

และอันสุดท้ายของการตั้งระบบก็คือ Saver หรือคำเต็มที่พวกเราคุ้นเคยกัน ก็คือ Screen Saver หรือภาพพักหน้าจอนั่นเองครับ

 

 

โดยเราสามารถตั้งเวลาได้ว่า เมื่อเราไม่ได้ทำอะไรที่เครื่องนานเท่าไหร่ ภาพพักหน้าจอถึงจะขึ้นมาแสดง โดยมีระยะตั้งแต่ 1 นาที

 

 

5 นาที

 

 

และนานสุด 10 นาที

 

 

และเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ภาพพักหน้าจอจะแสดงเป็นรูปนาฬิกาแบบนี้ครับ

 

 

ถ้าเราอยากเปลี่ยนแบบนาฬิกา ก็ทำได้ด้วยการกดปุ่มตรงกลางของนาฬิกา

 

 

นาฬิกาก็จะเปลี่ยนเป็นแบบนี้

 

 

กดอีกทีก็จะเป็นแบบนี้

 

 

ถ้าเราอยากเข้าสู่โหมดปกติ ก็จิ้มที่หน้าจอตรงไหนก็ได้ครับ ก็จะเข้าสู่หน้าจอการใช้งาน March GO ปกติ

 

หรือเราสามารถเลือก off เพื่อปิดระบบนี้ไปก็ได้ครับ

 

 

ทีนี้เราออกมาดูเมนูการตั้งค่าถัดไป ที่เขียนว่า “ออดิโอ”

 

 

ก็จะเจอหน้าตาแบบนี้

 

ซึ่งเป็นการตั้งค่าเสียงนั่นเอง เราสามารถปรับเสียงเบส เสียงทุ้ม เสียงกลาง เสียงแหลม ได้อย่างอิสระ

หรือถ้าเราไม่ถนัด จะลองปรับตาม package ที่ระบบตั้งมาให้ก็ได้ โดยกดปุ่มนี้

 

 

เสียงก็จะเปลี่ยนไปตาม package ให้เราเลือกว่าชอบฟังเสียงแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นแบบป๊อป

 

 

คลาสสิค

 

 

ร๊อค

 

 

แจ๊ส

 

 

มาตรฐาน

 

 

หรือแบบกำหนดเองตามใจเรา

 

 

เมื่อได้เสียงที่ตรงกับใจแล้ว ทีนี้ลองมากดปุ่ม “ลูกศรชี้ลง” ด้านขวากันบ้างครับ

 

กดเข้าไปแล้ว จะเจอหน้าจอการตั้งค่า Balance หรือ “สมดุล” หรือการตั้งค่าให้เสียงออกลำโพงไหนบ้าง

ซึ่งลำโพงของรถเราจะมี 4 ตัว อยู่ที่ประตูรถแต่ละด้าน ทั้งหน้าซ้าย หน้าขวา หลังซ้าย หลังขวา ถ้าเราจะให้เสียงออกทางไหน หรือไม่ให้เสียงออกทางไหนก็ปรับได้ตรงนี้แหล่ะครับ

อย่างเวลาคุณพ่อ คุณแม่ขึ้นมานั่งรถด้านหลัง ผมก็จะกดปุ่ม Front ไปเรื่อย ๆ จนกว่า “จุดสีเหลือง” จะวิ่งขึ้นข้างบนจนสุด เพื่อเป็นการกำหนดให้เสียงออกเฉพาะลำโพงหน้าเท่านั้น เพราะแน่นอน คุณพ่อ คุณแม่ผมไม่โปรดเพลงที่ผมกับภรรยาฟังสักเท่าไหร่หรอก

 

 

และเมื่อขับไปสักพักนึง ภรรยาเกิดหลับ ผมก็ไม่อยากให้เสียงเพลงรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอมากนัก ผมก็จะกดปุ่ม R มาจนสุด เพื่อให้เสียงเพลงดังผ่านลำโพงด้านคนขับเพียงลำโพงเดียว ให้ผมได้ยินชัดเจนอยู่คนเดียว แบบนี้

 

ซึ่งเพื่อน ๆ จะปรับ “ขึ้น ขึ้น ลง ลง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา บี เอ ซีเล็ค สตาร์ต” อะไรก็ว่าไปกันตามความเหมาะสมเลยนะครับ เพื่อจะได้สูตร 30 ชีวิตมาใช้ 5555+

 

 

ถัดจากเมนูออดิโอ จะเป็นเมนู “ภาษา” ซึ่งผมได้รีวิวไปแล้วตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ก็ขอข้ามมาเมนูถัดไป คือ “วีดีโอ” เลยแล้วกันนะครับ

 

 

เมื่อกดเข้ามาจะเจอหน้าตาแบบนี้ครับ

 

เริ่มที่ Video Warning คือ เมื่อเราเปิดวีดีโอ จะมีการเตือนก่อน ว่าไม่ควรดูในขณะขับขี่ ซึ่งถ้าเราตั้ง on เวลาเราเปิดไฟล์วีดีโอ หรือหนัง หน้าจอก็จะขึ้นเตือนมาแบบนี้

 

 
 

แต่ถ้าเราตั้งค่าให้เป็น off เวลาเราเปิดไฟล์ ก็จะสามารถดูวีดีโอได้เลยแบบนี้

 

 
 

ส่วน Camera คือ การตั้งค่ากล้องมองหลังรถ ว่าเราจะตั้งค่าให้ภาพที่ออกมาเป็นแบบไหน

 

 

ถ้าค่าเป็น Normal ก็คือ ภาพจริงตามสายตาที่เห็นแบบนี้ครับ

 

 

แต่ถ้าเรากดอีกที ค่านี้จะกลายเป็น Mirror

 

 

ภาพก็จะสะท้อนกลับเหมือนกระจก จะเห็นได้ว่า ภาพจะสลับกับเมื่อกี้ ชั้นวางรองเท้าจะถูกย้ายไปอยู่ด้านขวาแทน ทั้งที่ความจริง จะอยู่ด้านซ้าย

 

 

ออกจากการตั้งค่าวีดีโอ มาดูเมนูถัดไปกันครับ นั่นคือ “นำทาง” หรือ “NAVI”

 

 

เมื่อเรากดเข้ามาแล้ว เราจะพบว่า เครื่องได้ทำการแสกนหาไฟล์ EXE ที่อยู่ในช่อง GPS Card ออกมา ว่ามีไฟล์ไหนบ้าง

 

ซึ่งถ้าในการ์ดของเพื่อน ๆ มี GPS ให้ใช้หลายตัว หลายเวอร์ชั่น เราก็สามารถกดเลือกโปรแกรมหรือเวอร์ชั่น GPS ที่ต้องการใช้ได้ อย่างในการ์ดผม มีทั้งโปรแกรมที่ทางร้านให้มา และโปรแกรมเดิมที่เคยใช้อยู่ใน March Navi ซึ่งผมได้ใส่ลงไปใน SD Card เดียวกันนั่นแหล่ะ ซึ่งทำให้ผมสามารถเลือกโปรแกรมได้ ว่าจะใช้ตัวไหนนำทาง โดยการจิ้มไปที่ตัวที่เราต้องการใช้ และกดลูกศรย้อนขึ้นเท่านั้นเอง

 

 

จาก GPS มาต่อที่เมนูถัดไปครับ นั่นคือ “วิทยุ” หรือ “Radio”

 

 

กดเข้ามาก็จะเจอหน้าจอนี้ ซึ่งเป็นการตั้งค่าวิทยุท้องถิ่นของประเทศต่าง ๆ อย่าง ยุโรป

 

 

จีน

 

 

รัสเซีย

 

 

อเมริกา

 

ซึ่งเราคงไม่ได้อยู่ในประเทศเหล่านั้น ก็คงไม่มีประโยชน์อันใด งั้นไปกันต่อครับ ที่เมนูถัดไป “ทีวี” หรือ “TV” ซึ่งเอาไว้ตั้งค่าในการดูทีวี ผ่าน March GO นั่นเอง

 

โดยค่า PAL BG ถือเป็นค่าที่ถูกต้องในการรับสัญญาณฟรีทีวีของบ้านเราแล้วนะครับ ตรงนี้ก็ไม่ต้องตั้งค่าอะไร เพราะทางร้านได้ตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว

 

มาดูค่าต่อไปกันครับกับ “BT” หรือ “Bluetooth” เป็นการตั้งค่าการใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อผ่าน March GO ทางบลูทูธ

 

โดยมีให้ตั้งค่าอยู่ 2 แบบคือ

1. เชื่อมต่ออัตโนมัติกับโทรศัพท์มือถือ เมื่อเราเปิดเครื่อง March GO ขึ้นมา
2. รับสายโดยอัตโนมัติ เมื่อมีสายเข้ามา

ก็เลือก on เลือก off กันตามความสะดวกเลยนะครับ

 

มาดูค่าต่อไปกันครับกับ cali. ที่ย่อมาจาก Calibrate ซึ่งเป็นการปรับตั้งหน้าจอสัมผัส  Touchscreen นั่นเอง

 

 

โดยเราจะได้ปรับตั้งเมื่อรู้สึกว่า พอเราสัมผัสหน้าจอแล้ว คำสั่งที่ออกไป เริ่มไม่ตรงกับที่เราสัมผัสแล้ว เช่น กด DISC แต่ไปเปิด SD เป็นต้น เราก็เข้ามาตั้งค่าตรงนี้ได้ ด้วยการกดไปตามจุดที่ปรากฏขึ้นให้ครบทุกจุด ประมาณ 5 จุด เท่านี้ก็เรียบร้อย

 

 

เมนูถัดมาคือ Restore คือการย้อนกลับไปสู่ตอนซื้อเครื่องใหม่ ๆ โดยจะใช้เมื่อเครื่องมีปัญหามาก ๆ และแก้ไขไม่ได้นั่นเอง

 

ซึ่งในภาวะปกติ ก็อย่าไปกดนะครับ เพราะข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ จะหายไปหมดเลย รวมถึงการตั้งค่าที่ทางร้านตั้งมาให้ใช้งานเฉพาะในเมืองไทยก็จะอันตรธานไปด้วยเช่นกัน

 

และเมนูสุดท้ายกับ Version ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการแสดง Version ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่นั่นเอง

 

 

จบไปทุกเมนูแล้ว ทีนี้มาดูคลิปกันบ้างครับ

เป็นยังไงบ้างครับ กับการตั้งค่า ตั้งเครื่อง มันเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ เลยใช่ไหมละครับ

แล้วเจอกันใหม่ตอนที่ 3 ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจนจบครับ

 

ข่าวดี!! วิทยุ March GO จัดโปรโมชั่นพิเศษ!! สำหรับผู้อ่านรีวิว ThaiMarch.info เท่านั้น!! รายละเอียดคลิกได้เลยครับ

 
 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง”

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 13-08-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 60,000 กิโล” + เคลม”โช้คประตูหลัง” เรียบร้อยแล้วครับ

 


 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีเปลี่ยนถ่าน “กุญแจอัจฉริยะ” ของ Nissan March รุ่น EL CVT และ VL CVT

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 13-08-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ วิธีเปลี่ยนถ่าน “กุญแจอัจฉริยะ” ของ Nissan March รุ่น EL CVT และ VL CVT เรียบร้อยแล้วครับ

 



ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 14-03-2012

สวัสดีครับ

ด้วยความที่ผมเป็นคนต้องฟังเพลงอยู่ตลอดเวลาในการขับรถ เพราะช่วยให้ผมไม่เกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนได้ ผมจึงต้องเปิดเครื่องเสียงฟังทุกครั้งเวลาขับรถ

แต่จะว่าไป เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา หรือผมต้องการเพิ่มเสียง-ลดเสียง-ปิดเสียง หรือเปลี่ยนเพลง ผมต้องเอื้อมมือมาที่กดที่วิทยุทุกครั้ง ทำให้ต้องเสียสมาธิในการขับขี่ไปชั่วขณะ

ซึ่งแน่นอน การทำแบบนั้นมันค่อนข้างเสี่ยง เพราะอุบัติเหตุเกิดได้เพียงชั่วพริบตาเดียว เพื่อความปลอดภัย ผมจึงคิดว่า “ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย” เป็นของแต่งที่ควรมีอย่างยิ่ง สำหรับคนใช้เครื่องเสียงที่ต้องขับรถตลอดเวลาอย่างผม

โดยผมเองถูกใจกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียงของ Nissan March ที่ขายในยุโรปมาก เพราะมีปุ่มรับ/วางโทรศัพท์ให้เลือกกดเพิ่ม เนื่องจากผมได้เปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่ที่มีระบบ Bluetooth มาเรียบร้อยแล้ว และมันดูดีมากเมื่อมาอยู่ที่พวงมาลัยของ Nissan March

 

ผมจึงจัดการสั่งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงตัวนี้ทันที ไม่มีรีรอ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ ว่าผมไม่สามารถสั่งอะไหล่จากที่ไหน ๆ ได้เลย ทั้ง ๆ ที่เคยมีการสั่งได้มาก่อนหน้าที่ผมจะสั่งแล้ว

สุดท้าย ผมก็ไม่ได้ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงตัวนี้ เพราะทราบมาว่า มีข้อตกลงของนิสสันยุโรปกับเอเซียในการสั่งอะไหล่บางชิ้น สงวนสิทธิ์ให้กับนิสสันยุโรปเท่านั้น นั่นรวมถึงปุ่มควบคุมเครื่องเสียงตัวนี้ด้วยนั่นแหล่ะ

ในเมื่อไม่ได้มา แต่ความจำเป็นยังมีอยู่ ผมก็ทำใจ ยอมใช้ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงสำหรับนิสสัน มาร์ช เวอร์ชั่นเอเซีย ซึ่งเป็นตัวเดียวกันเป๊ะกับที่นิสสันใส่ให้ Nissan Almera อีโคคาร์ 4 ประตูคันแรกในไทยนั่นแหล่ะครับ

 

 

ซึ่งข้อดีของการใช้รถ March รุ่น V และ VL คือ สามารถใส่ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนพวงมาลัยครับ แต่ถ้ารุ่น EL ลงไป ต้องเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ครับ มีค่าใช้จ่ายอีก 1,600 บาท

——————-

เตรียมของก่อนทำ

ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง

 

 

สไปร่อน

 

 

เริ่มปฏิบัติการครับ

 

 

ถอดสไปร่อนของเดิมออกมาซะ

 

 

แล้วใส่สไปร่อนของใหม่เข้าไปครับ

 

 

จากนั้นก็แกะชิ้นนี้ออกมา

 

 

แล้วเอาปุ่มควบคุมเครื่องเสียงใส่ลงไปแทนครับ

 

 

จากนั้นถอดเครื่องเสียงมาเดินสายไฟ

 

 

แล้วทำการจูนปุ่มเข้ากับการควบคุมวิทยุครับ

 

 

เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยครับ ใช้งานได้ตามที่ต้องการครับ

 

 

เมื่อลองเปิดไฟหรี่ หรือไฟหน้า ก็มีไฟสีส้มติดขึ้นมาที่ปุ่มด้วยครับ

 

 

สีสวยเข้ากัน

 

 

เมื่อความมืดมิดเข้ามาเยือนภายในห้องโดยสาร ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกดผิดปุ่ม เพราะไฟสว่างชัดทุกปุ่ม

 

 

สวยไหมครับ?

 

 

มาดูกันชัด ๆ ครับ

 

 

ซึ่งถ้าปุ่มเดิม ๆ ตามมาตรฐานโรงงาน การใช้งานจะเป็นแบบนี้ครับ

ปุ่ม SOURCE
ปุ่มนี้นอกจากใช้สั่งเปิดวิทยุ เวลาที่เครื่องปิดอยู่ได้แล้ว ยังใช้เวลาเปลี่ยนโหมด 3 โหมดหลักได้ด้วยครับ นั่นคือ FM – AM – CD – AUX กดสลับกันได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเอื้อมมือและละสายตาไปกดที่วิทยุครับ ยกเว้นเพื่อน ๆ ไม่มีสาย AUX เสียบอยู่ ก็จะสลับแค่ FM AM และ CD เท่านั้นครับ

ปุ่ม + และ ปุ่ม –
ปุ่มวงกลมสีเงินขนาดใหญ่นี้ มีให้เพิ่มและลดเสียง อยากดัง อยากเบา ก็กด + หรือ – ได้ง่าย ๆ เลยครับ

ปุ่ม SEEK TRACK FILE
ปุ่มลูกศรชี้ไปทางซ้าย และขวานี้ทำหน้าที่แทนปุ่ม SEEK TRACK FILE ครับ หลัก ๆ สำหรับโหมด CD เราก็เอาไว้เปลี่ยนเพลงไปข้างหน้า หรือถอยหลังนั่นแหล่ะ
แต่ถ้าเราอยู่ในโหมด FM-AM นั้น เราสามารถกดปุ่มนี้ได้ใน 2 รูปแบบ

 

1. เปลี่ยนคลื่นที่บันทึก (เมม)ไว้

ใช้ในกรณีที่เพื่อน ๆ ทำตามขั้นตอนการบันทึกเรียบร้อยแล้ว เราก็กดปุ่มขวาเพื่อเลือกสถานีที่เราบันทึกไว้ถัดไป และกดปุ่มซ้ายเพื่อย้อนกลับมา ไม่ต้องไปกดเลข 1 – 6 ที่วิทยุให้เสียสมาธิการขับขี่ครับ

 

2. หาคลื่นที่ชัดอัตโนมัติ

ให้เพื่อน ๆ กดปุ่มซ้ายหรือขวาค้างไว้ วิทยุจะวิ่งหาคลื่นถัดไปที่ฟังชัดที่สุดในเวลานั้นมาให้เราฟังทันที จะให้เลขวิ่งไปข้างหน้าหรือถอยหลังก็กดซ้ายหรือขวาได้ตามอำเภอใจเช่นเดียวกันครับ

 

 

 

แต่ในเมื่อผมใช้เครื่องเสียงอื่นที่ไม่ใช่ของเดิมแล้ว เรื่องอะไรจะทำให้เหมือนเดิม เพราะเราสามารถดีไซน์ได้ครับว่าจะให้ปุ่มไหนใช้งานอะไร โดยดูจากความต้องการของเราเป็นหลัก

 

ซึ่งจริง ๆ ทุกปุ่มก็โอเคอยู่แล้ว แต่ผมต้องการปุ่ม Mute หรือหมูเต๊ะ ที่กดครั้งเดียว เสียงเงียบกริบทันทีมาใช้งานด้วย จึงจัดการเปลี่ยนปุ่ม SEEK TRACK FILE ปุ่มซ้ายที่ใช้เล่นเพลงย้อนหลังมาเป็นปุ่ม Mute แทนครับ

 

 

 

แต่เมื่อการติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ผมกลับเห็นอะไรแวบ ๆ แดง ๆ ที่หน้าจอ

 

 

ปรากฎว่าไฟ airbag ขึ้นโชว์ครับ

 

ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าเป็นปกติหลังถอดเปลี่ยนพวงมาลัยครับ บางคันก็ขึ้น บางคันก็ไม่ขึ้น ไม่มีอะไรต้องกังวล และวิธีแก้มี 2 ขั้นตอนคือ

1. รอสัก 2 วัน รถจะ learning แล้วอาการจะหายไปเอง
2. ถ้ายังไม่หาย ให้นำเข้าศูนย์ เพื่อแก้ค่า error ครับ

ผมจึงทำตามคำแนะนำเจ้าของร้านคือรอ 2 วัน ปรากฎว่ายังไม่หาย จึงขับรถเข้าศูนย์นิสสันสุขาภิบาล 3 (รามคำแหง 172) ที่เพิ่งไปใช้บริการเช็คระยะ 50,000 กิโล มาทันที

 

 

 

โดยทางผู้จัดการศูนย์บริการก็นำเครื่อง Notebook มาเสียบพอร์ตเข้ากับเจ้า Lucky เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ และทำการเคลียร์ค่า error ทันที

 

 

 

เพียงไม่กี่นาที ไฟ airbag ก็หายไป ทุกอย่างกลับเป็นปกติเช่นเดิม

 

 

สำหรับปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัยนี้ เมื่อใช้งานจริงมาระยะหนึ่ง ผมขอยืนยันว่ามันสะดวกมากมายและมีความปลอดภัยในการขับขี่จริง ๆ ครับ ผมไม่ต้องละสายตาและมือมายุ่งกับเครื่องเสียงแต่อย่างใด ก็สามารถควบคุมเสียงและเพลงได้ที่ปลายนิ้ว

 

และแน่นอน การที่ปุ่มมีไฟเรืองแสงสีส้มมาให้ ทำให้ผมมองเห็นปุ่มชัดเจน ไม่ต้องคลำหา โดยจุดนี้ขอชมนิสสันเลยนะครับ ว่าเป็นการเอาใจใส่ที่ดี เพราะรถ SUV ป้ายแดงราคาล้านครึ่งอีกยี่ห้อหนึ่ง ที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ที่บ้านนั้น ยังไม่มีไฟที่ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงให้เลยในยามค่ำคืน เวลาผมขับเจ้า SUV คันนี้ ต้องคลำเอา!!!

ก็นับว่าเป็นของแต่งที่คุ้มค่า คุ้มราคา อีก 1 ชิ้นที่อยากแนะนำจริงๆ ครับ

 

รายละเอียดการใส่ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
– ราคา 3,000 บาท สำหรับรุ่น V VL ถ้ารุ่นอื่นต้องเปลี่ยนพวงมาลัยอีก 1,600 บาท
– เวลาติดตั้งปกติ 30 นาที

 


 

 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

อึ้งกันทั้งซอย March เราแบกบันไดไปได้!!!

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 13-03-2012

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> อึ้งกันทั้งซอย March เราแบกบันไดไปได้!!!
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

คำชี้แจงเรื่องราคาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แพงมาก จากศูนย์นิสสัน S.M.T. ศรีนครินทร์

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 10-03-2012

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ คำชี้แจงเรื่องราคาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แพงมาก จากศูนย์นิสสัน S.M.T. ศรีนครินทร์ เรียบร้อยแล้วครับ

 
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 40,000 กิโล” หลังน้ำท่วม!!

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 23-12-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 40,000 กิโล” หลังน้ำท่วม!! เรียบร้อยแล้ว

 
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

Thai March Club @ BKK Variety Vol.18

Posted by Biere | Posted in Thai March Club, ออกสื่อ | Posted on 10-10-2011

สวัสดีครับ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2010 ผมได้พาเพื่อน ๆ สมาชิก Thai March Club ไปร่วม Meeting กับชมรมคนรักรถนิสสัน อันประกอบด้วย Tiida Club และ Teana Club โดยเรานัดพบกันก่อนที่โชว์รูมนิสสัน TKF กระทุ่มแบน ก่อนจะขับรถเป็นขบวนไปพร้อมกัน เพื่อไปทำบุญที่จังหวัดนครปฐม

ซึ่งในวันนี้ทางรายการ BKK Variety โดยหนังสือ BKK Bangkok Car ได้มาถ่ายทำการ Meeting ในครั้งนี้ด้วย

ไปชมกันเลยดีกว่าครับ ทั้ง 2 ตอน ต่อเนื่องกันครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ให้สัมภาษณ์หนังสือ March & Me ฉบับที่ 1 เดือนสิงหาคม 2010

Posted by Biere | Posted in ออกสื่อ | Posted on 09-10-2011

สวัสดีครับ

ตั้งแต่ผมได้ขับ Nissan March นั้น ชีวิตก็เปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร นอกจากจะได้รถดี ๆ มาใช้ ได้รู้จักเพื่อน ๆ สมาชิกที่น่ารักมากมายแล้ว ผมยังมีโอกาสได้ “ออกสื่อ” อีกต่างหาก

โดยสื่อแรกที่ออก เป็นหนังสือ March & Me ที่ทางบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำขึ้น เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างบริษัท กับลูกค้านั่นเองครับ โดยผมก็ได้ประเดิมในฉบับแรกกันเลยทีเดียวเชียว กับการบอกเล่าความรู้สึกในการใช้รถ Nissan March นั่นเองครับ

 

 

 

 

แม้จะเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ แต่ก็ภูมิใจครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าความความประทับใจในตัว March ให้คนอื่นทราบครับ

สำหรับนิตยสาร March & Me ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 1 ออกเมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ครับ เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ

 

 

ขอบคุณครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เปลี่ยนสีเรือนไมล์” Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 05-10-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ เคยเป็นกันไหมครับ? กับอาการ“เบื่อ”อะไรเดิม ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งแน่นอน ถ้าเพื่อน ๆ อ่านอยู่ ณ บรรทัดนี้ ผมก็เชื่อว่า เพื่อน ๆ น่าจะมีความขี้“เบื่อ” อยู่พอสมควร ไม่งั้น คงไม่หาอะไรใหม่ ๆ จากในรีวิวผมแน่ ๆ

เพราะการแต่งรถ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งเดิม ๆ ที่มีในรถ ไปสู่สิ่งใหม่ที่หัวใจเราชอบนั่นเองครับ

และแน่นอน หลังจากผมขับเจ้า March มาเกือบ 15 เดือน ใช้ชีวิตบนถนนไปกับเจ้า Lucky สีส้มคันเก่งกว่า 40,000 กิโล ผมก็เกิดอาการเบื่อสี “เรือนไมล์” ของเจ้า March ขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

 

ในส่วนสีส้มทั้งหลาย ทั้งจออัจฉริยะและจอบอกระยะทางด้านขวา ผมก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ในส่วนสีขาว แม้จะดูสบายตา แต่คิดไป คิดมา ถ้าได้เติมสีสันสดใสเข้าไปแทนที่ ก็น่าจะช่วยให้ การขับรถในยามค่ำคืนของผม มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นอีกมิใช่น้อย

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรีบขับเจ้า March วิ่งไปร้านประดับยนต์ เพื่อทำการเปลี่ยนสีเรือนไมล์ใหม่ทันที!!

โดยเจ้าของร้านประดับยนต์บอกว่า ในส่วนวัดรอบ และวัดความเร็วที่เป็นสีขาว สามารถเปลี่ยนสีได้“ตามสั่ง” ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเลย ว่าจะให้ตรงไหนเป็นสีอะไร ก็สามารถ “สั่งได้”

ที่สำคัญ สีทั้งหมดที่เปลี่ยนไป ถ้าเกิดเบื่อ ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้อีกตลอดเวลา หรือจะกลับมาใช้มาตรฐานเดิมของรถ คือ สีขาว ก็สามารถเปลี่ยนกลับได้ทันที

ผมถามเจ้าของร้านเพิ่มว่า นอกจากตัวเลขในวัดรอบและวัดความเร็วที่เป็นสีขาวแล้ว ถ้าสมมติผมจะเปลี่ยนสีของจออัจฉริยะ และจอเล็ก ๆ ด้านขวาจากสีส้ม เป็นสีอื่น จะทำด้วยได้ไหม?

 

 

เจ้าของร้านบอกว่า จริง ๆ ก็เปลี่ยนสีได้ แต่ไม่รับทำครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับวงจรของหน้าปัทม์ ซึ่งเจ้าของร้านไม่อยากเข้าไปยุ่งนั่นเอง

เมื่อได้ฟังดังนี้ ผมถือว่าเป็นวิธีการแต่งรถที่ดีครับ เพราะไม่ทำให้เสียรถ เนื่องจากเราสามารถเปลี่ยนสีใหม่ หรือเปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิมได้ตลอดเวลา

และด้วยการที่เราสามารถเลือกสีไหนใส่เลขไหน ขีดไหนก็ได้ ผมเลยขอเวลานั่งดีไซน์สีให้เรือนไมล์ตัวเองสักพัก ก่อนตัดสินใจทำ

จนเมื่อ 15 นาทีผ่านไป ผมก็ยังตัดสินใจจัดสีใหม่ไม่ได้ เพราะแบบนั้นก็สวย แบบนี้ก็สวย  เจ้าของร้านจึงแนะนำว่า ให้ลองเล่นระดับสีดูด้วยการแบ่งโซนตามระดับความเร็วรอบ และความเร็วรถ ออกเป็นช่วง ๆ แทน

เพราะนอกจากจะสดใสสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ในการควบคุมความเร็วได้อีกด้วย เช่น สีนี้เป็นโซน Eco ขับแล้วจะประหยัดน้ำมัน ส่วนสีถัดไปเป็นโซนสปอร์ต หรือโซนซิ่ง เป็นต้น

ซึ่งผมก็เห็นประโยชน์ของการเปลี่ยนสีเรือนไมล์เพิ่มก็ตรงนี้ จึงตัดสินใจสั่งเปลี่ยนสีทันที โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที สีเรือนไมล์ของผมก็กลายเป็นแบบนี้

 

 

มาดูในส่วนวัดรอบ จะพบว่า สีได้เปลี่ยนไปดังนี้
1. ตัวเลข 1 – 3 เป็นสีเหลือง ซึ่งถือเป็นรอบเครื่องยนต์ในการขับขี่ปกติ
2. ตัวเลข 4 – 6 เป็นสีส้ม ถือเป็นรอบเครื่องยนต์ในการเร่งแซง และขับขี่ด้วยความเร็วสูง
3. ตัวเลข 7 – 8 เป็นสีแดง จัดให้เป็นสีเดียวกับแถบพื้นหลังหรือ Red Line นั่นเอง ถือเป็นรอบเครื่องยนต์ที่สูงเกินไป
4. เปลี่ยนสีขีดบอกตัวเลขหลัก ๆ (1 2 3 4….) ให้เป็นสีน้ำเงิน ส่วนสีขีดย่ิอย ยังคงสีเดิมไว้ คือ สีขาว เพื่อความชัดเจนในการดูระดับรอบ
5. เปลี่ยนสีตัวอักษร “x1000r/min) ให้เป็นสีน้ำเงิน เข้ากับสีขีดหลัก

 

 

 

และในส่วนวัดความเร็ว ก็ใช้แนวคิดเดียวกันกับสีวัดรอบเป๊ะเลยครับ เพื่อให้ดูเข้ากันนั่นเอง

เพียงแต่ผมได้เปลี่ยนสีขอบนอกรูปครึ่งวงกลมจากสีขาว เป็นสีส้มเพิ่มครับ

ลองมาดูภาพเต็มกันครับ

 

 

หลังจากเปลี่ยนสีเสร็จเรียบร้อย ผมก็ขับรถออกจากร้านประดับยนต์มาในช่วงหัวค่ำพอดี ซึ่งผมรู้สึกว่า การขับรถมีชีวิต ชีวาเพิ่มขึ้นจริง ๆ ครับกับสีสันสดใสที่ใส่เข้ามา ดูสวยขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ

ที่สำคัญ เมื่อมีโอกาสได้เร่งความเร็วมากขึ้นบนทางด่วน การจัดสีไมล์ สามารถควบคุมการขับขี่ของผมได้อย่างดี ไม่ว่าจะขับแบบ Eco Drive เพื่อประหยัดน้ำมัน หรือจะขับด้วยความเร็วสูงก็ตาม ผมไม่ต้องก้มลงมามองไมล์มากนัก เพราะด้วยการใช้สายตาแวบมองเพียงนิดเดียว ก็ช่วยให้ผมรู้ตัวเองดีว่า ความเร็วขณะนั้นอยู่ในโซนสีอะไร ประหยัดน้ำมันดีไหม? หรือ เริ่มขับรถเร็วไปไหม?

 

และเมื่อผมได้เปิดโปรแกรมนำทางในรถไปด้วยนั้น ก็ยิ่งทำให้ถูกใจ เพราะสีสันมันเข้ากันได้ดีจริง ๆ ครับ

 

 

ก็นับว่าเป็นของแต่งที่คุ้มค่า คุ้มราคา อีก 1 ชิ้นที่อยากแนะนำครับ

 

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่อ่านจบครับ มีความคิดเห็นใด ๆ สามารถโพสต์แสดงความคิดเห็นได้ด้านล่างเลยครับ

 

รายละเอียดการเปลี่ยนสีเรือนไมล์รถ
– ราคา 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนสี
– เวลาติดตั้ง 30 นาที

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว เติมความสว่างภายใน Nissan March ด้วย “ไฟสัมภาระหลัง + ไฟห้องโดยสาร”

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 04-10-2011

สวัสดีครับ

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถ Nissan March ทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่น S จนถึง รุ่น VL จะพบว่า ในยามค่ำคืน ภายในรถของเราจะมืดเอามาก ๆ โดยเฉพาะห้องโดยสารด้านหลัง และที่เก็บสัมภาระหลังรถ

ซึ่งสาเหตุก็มาจาก Nissan ไม่ได้ให้ไฟสัมภาระหลังมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงไฟในห้องโดยสาร ก็ดันไปอยู่ด้านหน้า บริเวณเดียวกับไฟส่องแผนที่ซะงั้น

 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องกำจัดจุดอ่อน ไปทีละจุดครับ เพื่อจะได้ใช้รถได้สะดวกในยามค่ำคืน

 

 

ไฟสัมภาระหลัง

ก่อนหน้านี้ผมได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการซื้อไฟ LED แบบตีนตุ๊กแกของ Osram มาติดไปก่อน เพราะไม่ต้องการจะไปยุ่งเกี่ยวกับระบบไฟของรถมากนักในช่วงแรก

 

 

 

จนขับรถมาได้หลายเดือน เริ่มมั่นใจในระบบไฟมากขึ้น และยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว จึงตัดสินใจที่จะติดไฟสัมภาระด้านหลังสักที

และงานนี้ดันโชคดีที่อยู่ ๆ ก็ได้รับรางวัลติดตั้งไฟสัมภาระหลังแบบ LED ฟรีในงาน Meeting ครบรอบ 1 ปีของ March Club จากร้านหนิง ออโต้

หลังงานก็เลยได้นัดหมายติดตั้งกันไปตามระเบียบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ จากราคาปกติที่ 499 บาท

 

 

 

ดูกันชัด ๆ ครับ สว่างมากมาย

 

 

ซึ่งนับว่าสะดวกสบายและสว่างมากมายครับ เพราะเมื่อเปิดประตูหลังปุ๊ป ไฟก็ติดปั๊ป ทำให้การใช้งานห้องสัมภาระด้านหลังเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้น

และหลังจากติดตั้ง ผมได้ทดสอบการใช้งานมาครึ่งปีแล้ว ก็ยังไม่มีปัญหาใด ๆ กับระบบไฟครับ

 

 

ไฟห้องโดยสารด้านหลัง

เมื่อแก้ปัญหาห้องสัมภาระหลังได้แล้ว ผมก็มาดูจุดอ่อนต่อมา นั่นคือ ความมืดมิดของเบาะหลัง

ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ได้ไอเดียจากเพื่อนสมาชิกในคลับมาหลายคน ไม่ว่าจะติด LED เรียงเป็นแถวตรงเบาะหลังทั้ง 2 ด้าน หรือบางคนก็ติดแค่ไฟส่องพื้นสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

แต่ดูแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ผมเท่าไหร่นัก

 

บังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปเห็นน้อง March สีเขียวของคุณหนิงพอดิบพอดี กับการติดตั้งไฟห้องโดยสารด้านหลังในรูปแบบเดียวกับ ด้านหน้า คือ มีไฟ 3 ระดับให้เลือก

1. ออโต = สว่างเมื่อเปิดประตู
2. เปิด = เปิดไฟตลอดเวลา
3. ปิด = ปิดไฟตลอดเวลา

 

 

แม้จะมีแบบทรงกลมเพียงทรงเดียวให้เลือก แต่เห็นแล้วก็ถูกใจยิ่งนัก เพราะเราสามารถควบคุมได้หมด จะเปิด จะปิด หรือจะให้ออโตตอนเปิดประตู แบบนี้แหล่ะ“ใช่เลย โดนใจฉันเลย”

ก็เลยตัดสินใจให้คุณหนิงติดตั้งไฟห้องโดยสารแบบนี้ให้ทันที

 

 

 

และนอกจากจะมีไฟ LED ตรงกลางแล้ว ยังมี LED เรียงรายล้อมรอบตามขอบนอกอยู่ด้วย

 

 

 

และเมื่อลองเปิดประตูรถปุ๊ป ไฟก็สว่างปั๊ป

 

 

 

และในเมื่อด้านหลังสว่างแล้ว ผมก็ขอให้คุณหนิงเปลี่ยนหลอดไฟผู้โดยสารด้านหน้า และไฟส่องแผนที่ให้เป็น LED สีขาวไปด้วย จะได้สว่างมากขึ้น

 

 

 

และที่สำคัญ จะได้สีเดียวกันทั้งคันรถ

 

 

แบบนี้เลย

 

 

 

ซึ่งผลสรุปออกมาเป็นที่พอใจของผมและภรรยามากครับ การใช้งานรถในยามค่ำคืนนั้น สะดวกโยธินมากขึ้น จะหาของก็สบาย ๆ ไม่ต้องใช้ไฟฉายอีกต่อไป

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนจบครับ มีข้อเสนอแนะใด ๆ หรือต้องการสอบถาม ทิ้งคำถามไว้ด้านล่างได้เลยครับ

รายละเอียดการติดตั้งไฟ
1. ไฟสัมภาระหลัง ราคา 499 บาท
2. ไฟห้องโดยสารด้านหลัง ราคา 900 บาท
3. เปลี่ยนหลอดไฟห้องโดยสารด้านหน้าและไฟส่องแผนที่เป็น LED ทั้ง 3 ดวง ราคา 300 บาท

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “ท้าวแขนเบาะหน้า” Nissan March

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 03-10-2011

สวัสดีครับ

อย่างที่ทราบกันดีครับว่า Nissan March นั้นไม่มีที่วางแขนตรงกลางของเบาะหน้าระหว่างคนขับกับผู้โดยสารมาให้ ซึ่งหลายคนก็รู้สึกเสียดาย และอยากให้มีท้าวแขนเพื่อลดความเมื่อยล้าในการขับรถระยะไกล

ก่อนหน้านี้ ผมเห็นร้านประดับยนต์หลายร้านทยอยนำเข้ามาจำหน่ายให้เพื่อนสมาชิกในช่วงราคาประมาณ 1,500 บาท +-

โดยการติดตั้งนั้น ทำได้ไม่ยาก แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ คือ ต้องแลกกับพื้นที่วางแก้วตรงกลางสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง!!

 

ซึ่งจะว่าไปก็เข้า concept เหมือน March Navi ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ คือ “ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง เลือกทางสักทาง ได้ไหม?”

แต่ด้วยความจำเป็นในการใช้ที่วางแก้วน้ำด้านหลังของผมยังมีมากพอ เกินกว่าที่ท้าวแขนจะเข้ามาแทนที่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมเป็นคนดื่มน้ำเก่ง ที่วางแก้วและขวดน้ำทั้ง 5 ตำแหน่งที่ Nissan จัดมาให้ จึงเต็มอยู่ตลอดเวลา และผู้โดยสารด้านหลังที่ใช้บริการโดยสารรถผมบ่อย ๆ อย่างคนในครอบครัวก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกันเลย

ผมจึงล้มเลิกโครงการติดตั้งของแต่งชิ้นนี้ไปโดยปริยาย

——————–

 

จนเมื่อ ร้านประดับยนต์ร้านหนึ่งได้นำท้าวแขนเข้ามาจำหน่ายในราคาเพียง 1,000 บาทถ้วน

ด้วยราคาที่ค่อนข้างยั่วยวนใจไม่ใช่น้อย ทำให้ผมกลับมาสนใจเจ้า“ท้าวแขน” ชิ้นนี้อีกครั้ง

แม้ภายในใจยังรู้สึกขัด ๆ อยู่เช่นเคยกับการต้องสูญเสียที่วางแก้วน้ำด้านหลัง

แต่ด้วยความอยากได้ เริ่มมีมากขึ้น เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่ว่า ท้าวแขนนี้ สามารถเปิดเพื่อเก็บของได้ และที่สำคัญ ในการติดตั้งท้าวแขน สามารถเลือกได้ว่า จะเจาะรูยึดถาวรไปเลย หรือจะไม่เจาะรูยึดก็ได้ ใช้วางครอบลงไปเลยก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน

เมื่อรู้ดังนี้ ผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อท้าวแขนชิ้นนี้ ทันที!!

 

 

 

โดยการติดตั้งครั้งนี้ ผมเลือกการติดตั้งแบบไม่เจาะยึด เพื่อไม่ให้เสียรถ และสามารถเอาออกได้ เมื่อต้องใช้ที่วางแก้วน้ำ

 

โดยที่ร้านจับประกอบเป็นท้าวแขนสำเร็จรูปให้แบบนี้

 

 

 

เมื่อจับพลิกมาดูจะพบแท่นยาว ๆ มีรู ซึ่งถ้าเราจะเจาะยึดให้แน่นหนา ก็เจาะผ่านรูทั้ง 4 นี่แหล่ะครับ

 

 

แต่ในเมื่อผมไม่ต้องเจาะรูยึด ผมก็นำมันครอบลงไปเลย โดยให้แท่นยาว ๆ เสียบเข้าไปที่ช่องวางแก้วน้ำด้านหลังแบบนี้

 

 

 

เมื่อเอามือกดปุ่มปลดล็อคระดับ ก็จะวางได้เป็นแบบนี้

 

 

 

เดินมาดูด้านหน้ากันครับ จะพบว่า มันเข้ากันได้ดีกับโทนสีเดิมของภายในรถ March เดี๊ยะเลย

 

 

 

ดูจากด้านบนในส่วนที่วางแขน วัสดุจะเป็นหนังครับ

 

 

เมื่อซูมดูชัด ๆ จะพบสลักปลดล็อคอยู่ 2 อัน บนกับล่าง

 

 

 

เริ่มต้นที่สลักด้านบน ผมใช้มือเปิดดูด้วยการงัดขึ้นเพื่อปลดล็อค

 

 

ซึ่งก็คือการเปิดฝาเพื่อเก็บของนั่นเอง

 

 

 

วัสดุภายในช่องเก็บของถูกหุ้มด้วยสักกะหลาดนิ่ม ๆ จึงมั่นใจได้ว่า ของที่วางลงไปจะไม่เลื่อนไหล ย้ายไปก็ย้ายมา จนเกิดเสียงกระแทกให้รำคาญหู

 

 

 

และดูขนาดแล้ว จุได้ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย แต่จะมาก-น้อยแค่ไหน ต้องพิสูจน์

เริ่มง่าย ๆ ด้วยของใกล้ตัว คว้าโทรศัพท์มือถือของพนักงานในบริษัทมา 4 เครื่อง ประกอบด้วยค่าย apple 2 เครื่อง และค่าย nokia 2 เครื่อง

 

 

 

ลองวางลงไปดูสิ

 

 

รู้สึกยังมีพื้นที่เหลืออยู่แฮะ

 

 

 

งั้นขอนายแบบคนใหม่มาช่วยพิสูจน์หน่อย

 

 

 

จับนอนลงไปเลย สบาย ๆ มี leg room เหลือซะด้วย! 555

 

 

 

เมื่อเจ้าหมีม่วงปฏิบัติภารกิจวัดพื้นที่เสร็จแล้ว ก็กระโดดมานอน planking ต่อทันที ให้เพื่อน ๆ เค้าได้รู้หน่อยว่าเจ้าตัวใหญ่ขนาดไหน!

 

 

 

ก่อนจะปิดฝา ผมตัดสินใจเอาของใช้ประจำในรถมาเก็บดู ก็ได้ประมาณนี้ครับ สบาย ๆ

 

 

 

จากนั้น ปิดฝาลงให้มีเสียงดัง “กรึ๊ก” เพื่อแสดงว่า ฝาปิดสนิทแล้ว

 

ทีนี้เรามาดูสลักอันที่ 2 ด้านล่างกันครับ จะพบว่า มีรูเรียงกันเป็นแถว ผมเลยลองเอามือกดเข้าไปตรง ๆ ดูแบบนี้

 

 

 

ก็พบว่า เราสามารถเปลี่ยนองศาของระดับท้าวแขนได้ค่อนข้างหลากหลายครับ เพื่อรองรับสรีระที่แตกต่างกันของแต่ละคน

 

 

 

สูงอีกหน่อยก็ได้

 

 

 

หรือดึงขึ้นให้สุด เปิดพื้นที่ให้โล่งก็ทำได้

 

 

 

และแน่นอนครับ ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ หรืออยากจะใช้ที่วางแก้วด้านหลัง ก็ยกออกมาวางไว้ได้ง่าย ๆ เลย

 

 

 

เมื่อทดสอบฟังค์ชั่นเรียบร้อยแล้ว ผมก็ลองออกไปใช้งานจริง

 

 

 

ผมพบว่า มันสะดวกและช่วยให้ลดความเมื่อยล้าในการขับรถได้ดีทีเดียวครับ เพราะเราสามารถปรับระดับท้าวแขนให้รองรับสรีระของเราได้หลายระดับ และด้วยความที่ส่วนที่แขนเราสัมผัส ถูกบุด้วยหนัง ทำให้รู้สึกสบายแขนจริง ๆ จนไม่อยากเอาแขนขึ้นมาเลย ในช่วงที่ขับทางตรงยาว ๆ แบบไม่ต้องเลี้ยวรถ

และแม้ผมจะเลือกการติดตั้งแบบไม่เจาะยึดฐาน ก็ไม่ได้ทำให้ท้าวแขนไม่แน่นหนาแต่ประการใด การวางแขนพักลงไป สามารถวางได้ปกติครับ ท้าวแขนไม่มีอาการโคลงเคลงใด ๆ ให้รู้สึกหวั่นไหวเลย

ที่สำคัญ พื้นที่เก็บของภายใน ทำให้รถผมเป็นระเบียบ และจัดวางของเป็นสัด เป็นส่วนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

จากที่ไม่เคยมี ก็ไม่เคยใช้ แต่พอติดตั้งลงไปแล้ว กลับรู้สึกถึงความจำเป็นขึ้น จนมีเรื่องขำ ๆ คือ ผมกับภรรยาแย่งกันวางแขนตลอดเวลาเลยทีเดียว 55555+

และทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยดึงมันออกมา เพื่อวางแก้วตามที่คิดไว้เลย แม้แต่ครั้งเดียวครับ!!

นับว่าเป็นของแต่งที่คุ้มค่า คุ้มราคาจริง ๆ ครับ

 

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่อ่านจนจบครับ มีข้อเสนอแนะ หรือแนะนำ-ติชมใด ๆ แสดงความเห็นได้ด้านล่างเลยครับ

 

 



ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีใช้ที่ปัดน้ำฝน Nissan March ทั้งหน้าและหลัง และขนาดใบปัดน้ำฝนของ March

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 23-09-2011

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> วิธีใช้ที่ปัดน้ำฝน Nissan March ทั้งหน้าและหลัง และขนาดใบปัดน้ำฝนของ March
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

วิธีแก้ไขกระจกไฟฟ้าด้านคนขับขึ้น-ลงไม่ Auto (เพิ่มคลิป VDO แล้ว)

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 23-09-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ วิธีแก้ไขกระจกไฟฟ้าด้านคนขับขึ้น-ลงไม่ Auto (มีคลิป VDO) เรียบร้อยแล้วครับ
 
 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 1,000 กิโล”

Posted by Biere | Posted in รีวิว Nissan March VL CVT by Biere | Posted on 23-09-2011

ย้ายรีวิวไปอยู่ที่ รีวิว “จับ Nissan March เข้าศูนย์ เช็คระยะ 1,000 กิโล” เรียบร้อยแล้วครับ

 

 

วิธีจอดรถซ้อนคัน ของ Nissan March เกียร์ CVT

Posted by Biere | Posted in คู่มือการใช้รถ | Posted on 23-09-2011

อ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ —>>> วิธีจอดรถซ้อนคัน ของ Nissan March เกียร์ CVT

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

รีวิว “เก๊ะเก็บของด้านบน” ของแต่ง March จากศูนย์ Nissan

Posted by Biere | Posted in รีวิวของแต่ง Nissan March | Posted on 20-09-2011


รหัสสินค้า F85601HJOA
ชื่อภาษาอังกฤษ : Upper Lid Glove Box
ชื่อภาษาไทย : ฝาเก๊ะเก็บของ K13
ราคา 995 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 
ภายในงาน Motor Expo เมื่อปลายปี 2010 ที่ผ่านมา นิสสันได้มีการเปิดตัวเก๊ะหน้ารถด้านบนเพิ่มเติม และพร้อมจำหน่ายให้ลูกค้ามาร์ชทั่วไป

 

 

แล้ว รุ่น V / VL จะติดตั้งเก๊ะบนได้หรือ ไม่มีผลกระทบกับถุงลมนิรภัยหรืออย่างไร?

ส่วนหลายคนที่ใช้รุ่น V และ VL ซึ่งได้ถุงลมนิรภัยคู่มานั้น ไม่ต้องกังวลใจว่ามันจะติดตั้งไม่ได้ เพราะถุงลมนิรภัยอยู่เหนือขึ้นไป คนละตำแหน่งกับเก๊ะบนนะครับ

 

ถ้ายังเกิดความลังเลใจว่าจะเชื่อผมได้หรือเปล่า ลองดูจากคลิปทดสอบการชนของ March ดูก็ได้ว่าถุงลมฝั่งผู้โดยสารมันโผล่มาจากช่องไหน

 

แต่ถ้าดูไม่ออก มาดูเลยดีกว่า ว่านี่คืออะไร

 

 

ซึ่งเจ้าเก๊ะบนที่เราซื้อมาติดตั้งนั้น มันก็เอามาแทนเจ้าฝาตัวนี้แหล่ะ

 

 

พูดง่าย ๆ ว่าของเดิมที่โรงงานให้มา มันมีพื้นที่วางของอยู่แล้ว และถูกปิดทับไว้เฉย ๆ ไม่มีที่เปิด-ปิด ส่วนเก๊ะบนก็คือ การที่เราซื้อฝาที่มีที่เปิด-ปิด + ที่วางของมาให้นั่นเอง

 

 

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงแอบเคืองนิสสันที่ไม่ทำมาให้ตั้งแต่แรก

———————–

 

และด้วยราคาเปิดตัวที่ผมมองว่าไม่เว่อร์นัก ผมจึงตัดสินใจเข้าไปติดตั้งทันทีที่ศูนย์นิสสัน เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นศูนย์เดียวที่มีของพร้อมจำหน่ายมากที่สุด

 

 

การติดตั้งใช้เวลาไม่นานนัก ผมจึงได้เก๊ะเก็บของเพิ่มเติมแบบนี้

 

 

ส่วนความลึกอาจจะไม่สะใจสาว ๆ เท่าไหร่นัก เพราะมีขนาดความลึกเท่าความยาวของมือถือ iPhone 1 เครื่องเนี่ยแหล่ะ

 

 

แต่ผมก็ถือว่ามีประโยชน์เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะทุกอย่างไม่ต้องไปกองกันอยู่ในเก๊ะด้านล่างเหมือนเมื่อก่อน

 

 

สามารถแยกของที่ใช้บ่อย ๆ อาทิเช่น แว่นกันแดดมาใส่ไว้ในเก๊ะหน้าด้านบนได้แทน ดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น

ซึ่งถ้าท่านใด พอจะมีความสามารถในการงัดแงะคอนโซล สามารถซื้อมาติดตั้งได้เองเลยนะครับ เพราะนิสสันได้ให้คู่มือการติดตั้งมาพร้อมเช่นเคย จะได้ประหยัดค่าติดตั้งที่ต้องชำระเพิ่มเติมให้กับศูนย์นิสสันครับ

สรุปค่าใช้จ่ายรวมของผม

– ฝาเก๊ะเก็บของ ราคา 995 บาท ได้ส่วนลด 10% เหลือ 895.50

– ค่าแรงติดตั้ง 105 บาท ได้ส่วนลด 10% เหลือ 94.50

รวมค่าสินค้า 990 บาท

+ VAT 7% = 69.30

สรุปยอดเงินที่ผมจ่ายไป 1,059.30 บาทครับ

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจก็สั่งซื้อกันได้ที่ศูนย์นิสสันใกล้บ้านเลยนะครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

 


 
 

ให้กำลังใจผู้เขียนได้ด้วยการกด like ด้านล่างนี้ครับ หรือถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น แนะนำ-ติชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโพสต์ได้ที่ด้านล่างเลยครับ

 

 

ThaiMarch.info Rss